
S&P 500 ทรงตัว น้ำมันพุ่ง-หุ้นชิปฉุด Nasdaq จับตางบแบงก์ใหญ่-เงินเฟ้อสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน S&P 500 แทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังราคาน้ำมันพุ่งและหุ้นชิปหน่วยความจำร่วงกดดัน Nasdaq ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการธนาคารใหญ่และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน โดยดัชนี S&P 500 ทรงตัว ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวลงสวนทางกับ Dow Jones ที่ปิดบวก
- Nasdaq ได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่ร่วงลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน
- นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันจันทร์ (12 ต.ค. 2569) ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและหุ้นชิปหน่วยความจำที่ร่วงลง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน Nasdaq อ่อนแอจากหุ้นชิป
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.06% ที่ 7,807.24 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.44% ปิดที่ 27,245.90 จุด สวนทางกับดัชนี Dow Jones Industrial Average ที่ปรับขึ้น 195.60 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 51,850.55 จุด และปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3
แรงกดดันต่อ Nasdaq มาจากหุ้น Micron Technology ที่ร่วงลง 3.9% หลังนักลงทุนประเมินการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน ซึ่งรายงานความคืบหน้าในการพัฒนาโครงสร้างชิปรุ่นใหม่
ส่วน Dow Jones ได้แรงหนุนจากหุ้น Salesforce ที่ปรับขึ้น 2% หลัง Bank of America ปรับคำแนะนำการลงทุนขึ้น 2 ระดับ
น้ำมันพุ่ง รับความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ารัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะระบุภายหลังว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงดังกล่าว
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 2.06% ที่ 93.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 1.84% ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาเข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบียในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน หลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติในกรุงริยาด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายราย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงที่สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคจะทวีความรุนแรงขึ้น
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่ช่วยชดเชยแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ Nasdaq บวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4
นักลงทุนจับตางบแบงก์ใหญ่ คาดกำไร S&P 500 โต 29.6%
นักลงทุนคาดหวังว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะช่วยพยุงตลาดหุ้น ท่ามกลางความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลจากจอห์น บัตเทอร์ส แห่ง FactSet ระบุว่า กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มเติบโต 29.6% ในไตรมาสนี้ ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่กำไรเติบโตมากกว่า 25% โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สัปดาห์นี้ การประกาศผลประกอบการจะเข้าสู่ช่วงคึกคัก โดยมีธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ทยอยรายงานผล ได้แก่ Bank of America, Citigroup, Goldman Sachs, JPMorgan Chase, Morgan Stanley และ Wells Fargo
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามข้อมูลเงินเฟ้อ โดยสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนในวันพุธ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี
ทิม ฮอลแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Orion ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า ทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก แม้ตัวเลขเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศอาจสูงกว่าคาด แต่เขามองว่าตัวเลขดังกล่าวอาจยังไม่รุนแรงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปลี่ยนท่าที
ทั้งนี้ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
ฮอลแลนด์ระบุด้วยว่า แม้ในที่สุดอาจมีปัจจัยที่ทำให้ตลาดกระทิงสะดุด แต่สิ่งสำคัญที่ยังสนับสนุนตลาดในขณะนี้คือกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
S&P 500 ครบรอบตลาดกระทิง 4 ปี ดัชนีพุ่งกว่า 2 เท่า
สัปดาห์นี้ยังเป็นวาระครบรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ตลาดกระทิงของ S&P 500 เริ่มต้นขึ้น หลังดัชนีทำจุดต่ำสุดของราคาปิดที่ 3,577.03 จุด ในเดือนตุลาคม 2565 ก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่านับจากนั้น







