thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยเปิดบวก 7 จุด จับตาเงินทุนไหลออก–บาทอ่อน โบรกฯ แนะเลือกหุ้นรายกลุ่ม

หุ้นไทยเปิดบวก 7 จุด จับตาเงินทุนไหลออก–บาทอ่อน โบรกฯ แนะเลือกหุ้นรายกลุ่ม

25 ก.ย. 69 | 04:18 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ย. 69 | 04:18 น.

หุ้นไทยเปิดเช้าบวก 7 จุด แต่แรงกดดันจากน้ำมันและบอนด์ยีลด์ขาขึ้นยังไม่คลี่คลาย พายประเมิน SET แกว่ง 1,590–1,620 จุด แนะเก็งกำไรพลังงาน แบงก์ และส่งออก ชู ITC–TU

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดบวก 7.24 จุด แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ปัจจัยที่ต้องจับตาคือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาด
  • บริษัทหลักทรัพย์พายแนะนำกลยุทธ์เลือกลงทุนรายกลุ่ม โดยเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน, ธนาคาร และส่งออก

หุ้นไทยเปิดเช้าบวก 7 จุด แต่แรงกดดันจากน้ำมันและบอนด์ยีลด์ขาขึ้นยังไม่คลี่คลาย พายประเมิน SET แกว่ง 1,590–1,620 จุด แนะเก็งกำไรพลังงาน แบงก์ และส่งออก ชู ITC–TU

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 25 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:07 น. ที่ระดับ 1,609.82 จุด เพิ่มขึ้น 7.24 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.45% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,613.45-1,603.46 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 25,195.23 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 261.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 2.35% มูลค่าซื้อขาย 4,638.34 ล้านบาท
  • PTT ราคา 43.25 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 4,489.97 ล้านบาท
  • GULF ราคา 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.41% มูลค่าซื้อขาย 1,040.00 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.40% มูลค่าซื้อขาย 813.97 ล้านบาท
  • KTB ราคา 44.50 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.56% มูลค่าซื้อขาย 773.53 ล้านบาท

สถานการณ์รวมๆ ยังน่ากังวล

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (25 ก.ย. 69) ว่า สถานการณ์รวมๆ ยังไม่เป็นบวกกับตลาดหุ้น Yield, น้ำมัน ปรับขึ้นแรง ตลาดกังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ระยะสั้นอาจเลือก Trading พลังงาน ส่งออก ธนาคาร ที่ได้ปัจจัยหนุนจาก Yield, บาทที่อ่อนค่า 

DJIA เมื่อคืนปิดลบ 161 จุด (-0.3%) ตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังรุนแรงกดดันน้ำมันดิบและกังวลไปถึงเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.4% หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีที่ได้รับแรงหนุนจากอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุฯ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ META +4.5% GOOGL +1.3% 

สถานการณ์รวมๆ ยังน่ากังวลทั้งการโจมตีกันในตะวันออกกลางและผู้นำอิหร่านที่ระบุชัดเจนว่าไม่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯ ทั้งหมดสะท้อนว่ายืดเยื้อเมื่อคืน US Bond Yield พากันปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งและสูงสุดในรอบหลายปี ในหลายๆ รุ่นอายุไม่ว่าจะเป็น 2 10 30 ปี หนุนดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่า และเงินบาทกลับมาอ่อนค่า

CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนักมากถึง 67.5% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในประชุมเดือน ต.ค. ด้านตัวเลขเศรษฐกิจประกาศคนขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 1.97 แสนรายใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ของตลาด คืนนี้รอติดตามท่าทีพบปะกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจรอติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนคาดการณ์ที่ 47.4 

เงินบาทที่อ่อนค่าอาจกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติที่เช้านี้กลับมาทดสอบ 33.47 บาท / $ สอดคล้องกับเมื่อวานนี้ที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 661 ล้านบาท แต่ตลาดหุ้นไทยอาจเกิดการหมุนกลุ่มเล่นจาก Tech > Value Stock , Energy ทำให้ SET จะมิได้มี Downside Risk ที่มากนัก

สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวใน กรอบ 1,590-1,620 จุด บรรยากาศรวมๆ ยังเป็นลบ DJIA Future แกว่งลบ 0.2% ทองคำปรับลง -0.2% กลยุทธ์การลงทุนเน้น Sector ที่มีปัจจัยหนุนอย่างพลังงาน (PTT PTTEP TOP BCP) ธนาคารฯ (BBL KBANK KTB SCB) Defensive (ADVANC BDMS BH BCH PR9) ส่งออก (ITC TU)

หุ้นแนะนำ

  • ITC : แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งหลังปี 2569 ที่คาดจะเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้วยผลดีของการปรับราคาขายเพื่อรับกับผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2569 รวมกับการออกสินค้าใหม่ของลูกค้าจากสหรัฐฯ (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 19.90 บาท)
  • TU : ครึ่งหลังปี 2569 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างต่อเนื่อง (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 15.40 บาท)