thansettakij
thansettakij
แรงซื้อหุ้นเทคฯ หนุน SET สวนแรงขายต่างชาติ กูรูแนะเลือกหุ้นรายตัว

แรงซื้อหุ้นเทคฯ หนุน SET สวนแรงขายต่างชาติ กูรูแนะเลือกหุ้นรายตัว

24 ก.ย. 69 | 07:14 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ย. 69 | 07:23 น.

โบรกชี้ DELTA หนุน SET Index แต่ต่างชาติยังขายสุทธิ แนะเลือกลงทุนรายตัว หุ้น Domestic และ DR กลุ่ม AI-Cybersecurity รับมือแรงกดดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสหรัฐฯ พร้อมจับตาคดีบาร์โค้ดเลือกตั้ง

KEY

POINTS

  • ดัชนี SET ได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งช่วยพยุงตลาดสวนทางกับแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ
  • แรงซื้อยังคงกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว ไม่ได้สะท้อนภาพรวมตลาดทั้งหมด ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศ
  • นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์เลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดีและเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ

แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA กลับมาเป็นแรงประคองตลาดหุ้นไทย หลังต้นสัปดาห์ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องและช่วยพยุงดัชนีในวันที่หุ้นหลายกลุ่มยังเคลื่อนไหวผสมผสาน แต่แรงซื้อกลุ่มนี้จะต่อยอดได้แค่ไหน ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อโลก ราคาพลังงาน และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ภาพการซื้อขายวันที่ 23 กันยายน (วานนี้) SET Index ปิดที่ 1,610.70 จุด เพิ่มขึ้น 6.26 จุด หรือ 0.39% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นำโดย DELTA ซึ่งมีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 6,526.79 ล้านบาท อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ขายสุทธิ 1,168.58 ล้านบาท

และสถาบันในประเทศขายสุทธิ 281.46 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เป็นฝ่ายซื้อสุทธิ สะท้อนว่าแรงหนุนจากหุ้นเทคฯ ยังมีบทบาทต่อดัชนี แต่แรงซื้อยังไม่ได้กระจายทั่วทั้งตลาด

แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี กลับมาเป็นแรงประคองตลาดหุ้นไทย

แรงซื้อ DELTA ช่วยหนุนดัชนี

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า ตลาดโลกกลับมาเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อทั้งจากต้นทุนพลังงานและอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ราคาน้ำมันดิบ Brent เคยซื้อขายเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับเกิน 5% ในช่วงกลางเดือนกันยายน ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านมูลค่าและต้นทุนทางการเงิน

บรรยากาศตลาดยังผันผวนตามความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และนักลงทุนประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

โดยข้อมูล CME FedWatch ที่ Reuters รายงานเมื่อวันที่ 22 กันยายน ระบุว่าตลาดให้น้ำหนัก 90% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่อ่อนลงบ้างและผลตอบแทนพันธบัตรที่ชะลอตัวในบางช่วงช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเป็นระยะ

สำหรับหุ้นเทคโนโลยีไทย แรงซื้อ DELTA ช่วยหนุนดัชนีได้ แต่การเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวไม่จำเป็นต้องสะท้อนความแข็งแกร่งของหุ้นส่วนใหญ่ในตลาด ดังนั้น ฝ่ายวิจัยฯ จึงแนะนำให้เลือกลงทุนเป็นรายตัว และระมัดระวังการไล่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเร็ว โดยเฉพาะเมื่อ Fund Flow ต่างชาติยังเป็นแรงกดดันและ SET มี Upside จำกัด ประเมินแนวต้านระยะสั้นที่ 1,610 และ 1,630 จุด

ส่งออกหนุนตลาด จับตาคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ปัจจัยบวกในประเทศมาจากตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่ง Consensus คาดว่าจะเติบโต 24.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 21.6% ในเดือนก่อนหน้า ตามข้อมูลที่ฝ่ายวิจัยฯ รวบรวม การส่งออกที่ขยายตัวช่วยหนุนภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีได้ แต่ยังต้องติดตามว่าการเติบโตจะกระจายไปยังภาคธุรกิจและรายได้ในประเทศมากน้อยเพียงใด

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 28 กันยายน กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยประเมินผลกระทบไว้ 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ หากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเมืองมีโอกาสคลี่คลายและหนุนความเชื่อมั่น

หากพบปัญหาแต่จำกัดผลกระทบ ตลาดอาจเคลื่อนไหวแบบผันผวนออกข้าง (Sideways) ส่วนกรณีที่กระทบความชอบธรรมทางการเมืองอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

"จากสถิติวิกฤตการเมืองไทยในช่วงปี 2006–2022 ตลาดมักปรับลงเฉลี่ย 3.66% ในช่วง 30 วันก่อนทราบผล และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก 0.92% ใน 30 วันหลังความไม่แน่นอนคลี่คลาย ทั้งนี้เป็นสถิติย้อนหลัง ไม่ใช่สิ่งยืนยันว่าตลาดจะเคลื่อนไหวเช่นเดิมทุกครั้ง"

เลือก Domestic Play พร้อมกระจายลงทุนผ่าน DR

ภายใต้ความผันผวนจากต่างประเทศ ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy เน้นหุ้นที่มีปัจจัยขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า ซึ่งมีโอกาสได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วงไฮซีซัน (High Season) กลุ่มบริการสุขภาพที่ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายงบประมาณ การพัฒนา Data Center และ Smart City

อีกทางเลือกคือ DR ที่อิงธุรกิจ AI และ Cybersecurity ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่ามีปัจจัยเติบโตเฉพาะตัวและอ่อนไหวต่อการเจรจาการค้าน้อยกว่าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์บางกลุ่ม โดยยก META80 ซึ่งเชื่อมโยงกับการพัฒนาโมเดล AI ของ Meta และ PANW80 ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูล

หุ้นเด่นแนะนำ

  • META80 คาดได้แรงหนุนจากการพัฒนาและสร้างรายได้จากโมเดล AI “MUSE” โดยให้แนวรับ 3.10 บาท แนวต้าน 3.24 บาท และจุดตัดขาดทุน 3.02 บาท
  • PANW80 ได้อานิสงส์จากความต้องการลงทุนด้าน Cybersecurity ให้แนวรับ 12.90 บาท แนวต้าน 13.80 บาท และจุดตัดขาดทุน 12.50 บาท
  • BDMS คาดรายได้โรงพยาบาลช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมเติบโต 8-9% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และมองว่าราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่ม ให้แนวรับ 20.10 บาท แนวต้าน 20.60 บาท และจุดตัดขาดทุน 19.60 บาท
  • CPN แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ได้แรงหนุนจากกิจกรรมการตลาดและร้านค้าใหม่ ส่วนไตรมาส 4/2569 เข้าสู่ช่วงท่องเที่ยวและจับจ่าย ให้แนวรับ 64 บาท แนวต้าน 67 บาท และจุดตัดขาดทุน 62 บาท
  • ADVANC คาดกำไรไตรมาส 3/2569 เติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และมีแรงหนุนต่อเนื่องจากความต้องการ Digital Infrastructure, Smart City, ClicX และ Data Center ให้แนวรับ 345 บาท แนวต้าน 358 บาท และจุดตัดขาดทุน 334 บาท

ดังนั้น แรงซื้อ DELTA และหุ้นเทคฯ มีโอกาสช่วยประคอง SET Index ได้ต่อ หากแรงซื้อยังต่อเนื่องและไม่กระจุกอยู่เพียงไม่กี่หลักทรัพย์ แต่ทิศทางตลาดยังขึ้นกับเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติ ผลประกอบการรายบริษัท และความชัดเจนของปัจจัยต่างประเทศกับการเมืองในประเทศ