
GRAND เสนอขายทรัพย์สินเวสทิน 494.6 ล้าน ให้ RABBIT ชงผู้ถือหุ้นอนุมัติ
GRAND ชงผู้ถือหุ้นโหวต 10 พ.ย. ขายทรัพย์สินโรงแรมเวสทินให้ RABBIT สูงสุด 494.6 ล้านบาท หวังเสริมสภาพคล่องและจัดการภาระค่าเช่าค้างกับข้อพิพาทที่ดิน
KEY
POINTS
- บมจ. แกรนด์ แอสเสทฯ (GRAND) เตรียมเสนอขายทรัพย์สินโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้แก่ บมจ. แรบบิท โฮลดิ้งส์ (RABBIT) ในมูลค่าสูงสุด 494.6 ล้านบาท
- บริษัทจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 พ.ย. เพื่อขออนุมัติการทำธุรกรรม ซึ่งถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันเนื่องจากผู้ซื้ออยู่ในกลุ่ม BTS ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GRAND
- วัตถุประสงค์หลักของการขายคือเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และนำเงินไปจัดการปัญหาค่าเช่าที่ค้างชำระรวมถึงข้อพิพาทเรื่องที่ดิน
GRAND ชงผู้ถือหุ้นโหวต 10 พ.ย. ขายทรัพย์สินโรงแรมเวสทินให้ RABBIT สูงสุด 494.6 ล้านบาท หวังเสริมสภาพคล่องและจัดการภาระค่าเช่าค้างกับข้อพิพาทที่ดิน.
นายวิทวัส วิภากุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิตอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่อง แจ้งการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569
สิ่งที่ส่งมาด้วย สารสนเทศรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เรื่อง ธุรกรรมเกี่ยวกับโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท (The Westin Grande Sukhumvit)
บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติที่ประชุม คณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 8/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ในวาระที่สำคัญดังต่อไปนี้
1. มีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทฯ จำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท (The Westin Grande Sukhumvit) ให้แก่บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“RABBIT”) และ/หรือบริษัทที่ RABBIT มอบหมาย ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุน ที่ ทจ. 46/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
เนื่องจากเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ โดยมีขนาดรายการที่จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และเปิดเผยรายการดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกัน
โดยมีรายละเอียดของรายการตามสารสนเทศรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เรื่อง ธุรกรรมเกี่ยวกับโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท (The Westin Grande Sukhumvit) ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
2. มีมติแต่งตั้งให้บริษัท แคปปิตอล แอ๊ดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อจัดทำความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาต่อไป
3. มีมติกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม และวาระการประชุมเพื่อการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 และกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 ดังนี้
(1) กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น. โดยเป็นการ ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เท่านั้น
(2) กำหนดวาระในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 เป็นดังนี้
- วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
- วาระที่ 2 พิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน
- วาระที่ 3 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
(3) กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569
(4) มอบอำนาจให้นายศานิต อรรถญาณสกุล รองประธานกรรมการบริหาร หรือนายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงวัน เวลา สถานที่ วิธีการจัดประชุม และรูปแบบการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569
รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 2/2569 ได้ตามที่เห็นสมควร โดยปฏิบัติให้เป็นไป ตามกฎหมายและ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
สรุปเอกสารอ้างอิง
บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติขายทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินธุรกิจโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และ/หรือบริษัทที่ RABBIT มอบหมาย ในราคาสูงสุดไม่เกิน 494.60 ล้านบาท หลังคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
รายการดังกล่าวเข้าข่ายธุรกรรมเกี่ยวโยงกัน เนื่องจาก RABBIT อยู่ในกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งถือหุ้น GRAND จำนวน 1,700 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.20% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว บริษัทจึงต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยไม่นับผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย พร้อมแต่งตั้งบริษัท แคปปิตอล แอ๊ดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้น
การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นกำหนดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดวัน Record Date วันที่ 9 ตุลาคม 2569 หากได้รับอนุมัติและเงื่อนไขต่าง ๆ ครบถ้วน GRAND คาดว่าจะดำเนินการขายให้แล้วเสร็จภายในปี 2569
ทรัพย์สินที่จะขายครอบคลุมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการโรงแรม ธุรกิจให้เช่าพื้นที่แก่ร้านค้ารวมถึงโรบินสัน สุขุมวิท และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง โดยราคาสูงสุด 494.60 ล้านบาทเป็นมูลค่ารวมที่ใช้คำนวณรายการ ซึ่งรวมมูลค่าทรัพย์สิน ค่าเช่าและค่าตอบแทนการเช่าที่ค้างชำระ ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง บริษัทระบุว่ามูลค่าตามบัญชีของทรัพย์สินที่ขายเฉพาะส่วนสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 32.47 ล้านบาท ขณะที่ราคาประเมินทรัพย์สินส่วนนี้อยู่ที่ 34.11 ล้านบาท
การขายเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาสภาพคล่องและข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินที่ตั้งโรงแรม บริษัทระบุว่าผลประกอบการได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่เป็นไปตามแผน รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา โดยปี 2568 GRAND ขาดทุนสุทธิ 1,576.51 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 364.36 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและขอเลื่อนชำระประมาณ 593 ล้านบาท และหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดประมาณ 8,569 ล้านบาท
ด้านที่ดิน เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกลุ่มที่ถือครองรวม 75% ได้บอกเลิกสัญญาเช่าหลัง GRAND ค้างชำระค่าเช่าและค่าตอบแทนการเช่า โดยสัญญากำหนดให้บริษัทขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 120 วันนับจากวันที่สัญญาสิ้นสุด ส่วนข้อพิพาทกับเจ้าของที่ดินร่วมอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งถือครอง 25% ยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และบริษัทระบุว่าเคยถูกยึดเงินมัดจำค่าที่ดิน 150 ล้านบาทจากการผิดนัดชำระ
GRAND ระบุว่า เงินจากรายการจะช่วยเสริมสภาพคล่อง นำไปชำระค่าเช่าค้างและค่าใช้จ่าย รวมถึงใช้ดำเนินการยุติข้อพิพาท อย่างไรก็ดี การซื้อขายยังมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น ผู้ซื้อหรือผู้รับมอบหมายต้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินสัดส่วน 25% และจดทะเบียนเช่าที่ดินตามเงื่อนไขที่กำหนด หากขายไม่สำเร็จ บริษัทอาจต้องยุติกิจการโรงแรมและธุรกิจให้เช่าพื้นที่ พร้อมรับภาระค่าเช่าค้างและค่าใช้จ่ายรื้อถอนต่อไป





