
หุ้นไทยเปิดเช้านี้บวก 6.80 จุด DELTA คึกคัก จับตาค้าปลีก-มาตรการรัฐหนุน
ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ (23 ก.ย.69) บวก 6.80 จุด DELTA นำมูลค่าซื้อขาย บล.พายมองน้ำมันลดหนุนหุ้นสายการบิน-โรงไฟฟ้า จับตาค้าปลีก-การเงินรับอานิสงส์มาตรการรัฐ
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวขึ้น 6.80 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,611.24 จุด
- หุ้น DELTA มีมูลค่าการซื้อขายคึกคักสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งและราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น
- กลุ่มหุ้นค้าปลีกและการเงินเป็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
หุ้นไทยภาคเช้า บวก 6.80 จุด DELTA นำมูลค่าซื้อขาย บล.พายมองน้ำมันลดหนุนหุ้นสายการบิน-โรงไฟฟ้า จับตาค้าปลีก-การเงินรับอานิสงส์มาตรการรัฐ
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 23 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 12:15 น. ที่ระดับ 1,611.24 จุด เพิ่มขึ้น 6.80 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.42% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,612.25-1,602.86 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 36,249.10 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 257.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.98% มูลค่าซื้อขาย 3,055.32 ล้านบาท
- PTT ราคา 42.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,806.34 ล้านบาท
- KTB ราคา 45.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,746.35 ล้านบาท
- KBANK ราคา 254.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.17% มูลค่าซื้อขาย 1,696.77 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 148.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.67% มูลค่าซื้อขาย 1,415.27 ล้านบาท
มาตรการดูแลเศรษฐกิจไทยหนุนหุ้นค้าปลีก-การเงิน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (23 ก.ย. 69) ว่า น้ำมันปรับลงต่อเนื่องต่ำกว่า 3 หลัก มองเป็นปัจจัยลดแรงกดดัน Bond Yield ทั่วโลก หนุนกลุ่ม Anti Oil, Non Bank ตลาดเริ่มคาดหวังสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเจรจากัน หากน้ำมันปรับลงต่อเนื่องจะยิ่งดีกับตลาดหุ้นและทองคำ ส่วนเช้านี้ KOSPI +1.4% หนุนกลุ่ม SEMI ในไทย (DELTA HANA KCE)
โดย DJIA เมื่อคืนปิดลบ 185 จุด (-0.4%) ท่ามกลางความกังวลราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูงอาจทำให้ FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยและแรงทำกำไรจากการปรับขึ้นมาแรงก่อนหน้า ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.2% หลังมีรายงานว่าซาอุฯ จะกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ MU+5%
เมื่อคืนราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดต่ำกว่าระดับ 3 หลักไม่ว่าจะเป็น BRT, WTI นักลงทุนเริ่มคาดหวังว่าสถานการณ์อิหร่าน สหรัฐฯ จะมีทิศทางที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกับอัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ (Yield US) พบว่ามีการปรับขึ้นแต่ยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่
ทั้งนี้ เมื่อคืนไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนคืนนี้จะมีการประกาศ PMI ของ EU, US สำหรับ US Consensus คาดการณ์ที่ 55.8 และ 53.6 จากภาคบริการและภาคผลิตอื่นๆ รอติดตามการพบปะกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงปลายสัปดาห์ ความเห็น CME FED ล่าสุดให้น้ำหนักราว 54% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยประชุม ต.ค. แต่ หากไม่ขึ้น ต.ค. ก็อาจขยับไป ธ.ค.
ด้านปัจจัยในประเทศรัฐบาลเดินหน้าออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจด้วย (1) ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส แต่วงเงินเหลือเพียง 1 พันบาท (ต.ค. – พ.ย.) (2) ปรับวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1 พันบาท (เดิม 300) มองปัจจัยดังกล่าวเพียงแค่ประครองเศรษฐกิจมากกว่าจะหนุน แต่ดีกับกลุ่มค้าปลีกและการเงิน (เพิ่มความสามารถชำระหนี้)
วันนี้คาด SET Index กรอบ 1,590 -1,620 จุด เช้านี้ KOSPI +1.6% มองดีกับหุ้น TECH THAI (DELTA HANA) กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์ Yield ไทยลดลง อาทิ การเงิน (MTC TIDLOR) กลุ่ม Anti Oil (BA BGRIM GPSC GULF MINT CENTEL AWC) กลุ่ม Value Play (CPALL CPN BBL KBANK KTB) เช้า นี้พบน้ำมันดิบปรับลง -0.6%
หุ้นแนะนำ
- BA : จำนวนผู้โดยสารที่เข้าออก ผ่านสนามบินสมุยในเดือน ก.ค.-ส.ค. (18 ส.ค.) มีจำนวนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 22.4 บาท)
- TIDLOR : แนวโน้มในครึ่งหลังปี 2569 คาดกำไรจะเติบโตสูง 25% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และลดลงเล็กน้อย HoH จากฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 1/2569 (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 24 บาท)







