thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,560-1,600 จุด เลือก 5 หุ้นไอทีหลบตลาดผันผวน

หุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,560-1,600 จุด เลือก 5 หุ้นไอทีหลบตลาดผันผวน

21 ก.ย. 69 | 05:58 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ย. 69 | 05:58 น.

โบรกมองหุ้นไทยผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด จับตาเฟด-ตะวันออกกลาง-หนี้ครัวเรือน แนะเก็งกำไร COM7-SYNEX-SPVI-CPW-ADVICE รับกระแส iPhone 18

KEY

POINTS

  • บล. โกลเบล็กคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด
  • ตลาดเผชิญปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง, ทิศทางดอกเบี้ย FED และหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี
  • แนะนำกลยุทธ์เลือกลงทุนใน 5 หุ้นกลุ่มไอที (COM7, SYNEX, SPVI, CPW, ADVICE) เพื่อหลบความผันผวนและรับอานิสงส์จากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย สัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด แม้ได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ลดลง แต่ยังถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทิศทางดอกเบี้ย FED และหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้นเด่น COM7 SYNEX SPVI CPW และ ADVICE  รับกระแสเปิดตัว iPhone 18 

หุ้นไทยผันผวนกรอบ 1,560-1,600 จุด

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ (21-25 ก.ย. 2569) ประเมินว่ามีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด

โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี นักลงทุน ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยังคงเผชิญกับปัจจัยลบที่เข้ามากดดันการลงทุน ได้แก่ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 53.1% ที่ธนาคาร กลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 27.2% ในสัปดาห์ก่อน

รวมถึงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีแนวโน้มยกระดับขึ้น โดยกองทัพเรืออิหร่าน (IRGC) ได้เข้าโจมตีและหยุดเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุว่าเครื่องบินรบซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 40 ครั้งใน 3 จังหวัดของเยเมนในรอบ 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สงครามการค้าเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้หน่วยงานรัฐ ของสหรัฐฯ ถอดสินค้าแคนาดาออกจากสัญญาจัดซื้อภาครัฐ

ด้านประปัจจัยในประเทศอย่างหนี้ครัวเรือนไทยที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ ล่าสุดพบว่าภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งขึ้นแตะระดับ 794,945.49 บาท เพิ่มขึ้น 7.3% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 17 ปี

บอนด์ยิว 10 ปี ไตร่ระดับลง

ทั้งนี้ ยังคงมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาด ได้แก่ อัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง มาอยู่ ที่ระดับ 4.93% ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืม รวมทั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคาร กลาง อังกฤษ (BoE) มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายไว้ที่ 3.75% ตามคาด

และกระทรวงการต่างประเทศ อินเดียออกแถลงการณ์สยบข่าวลือกรณีผู้นำจีนและผู้นำแอฟริกาใต้ล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ช่วยลดความกังวล ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

จับตาปัจจัยสำคัญ

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ในประเทศจะมีการแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในสัปดาห์ที่ 3 ส่วนสัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์จะแถลงภาวะ การค้าระหว่างประเทศ และ ส.อ.ท. แถลงยอดผลิต-ส่งออกยานยนต์

ขณะที่วันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และ 30 ก.ย. ธปท. จะรายงานภาวะเศรษฐกิจ ส่วนสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ 28 ต.ค. เป็นกำหนดการประชุม กนง.ครั้งถัดไป

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ วันที่ 21 ก.ย. ธนาคารกลางจีน ประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR และสหรัฐฯ รายงานดัชนี กิจกรรมทางเศรษฐกิจ วันที่ 22 ก.ย. อียูรายงานดัชนี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น วันที่ 23 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนี PMI และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ปิดท้ายด้วยวันที่ 24 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ชูหุ้นรับอานิสงส์กระแสเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เด่น

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ทางฝ่ายแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะได้ อานิสงส์จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น  ได้แก่ COM7 SYNEX SPVI CPW และ ADVICE