
หุ้นไทยวันนี้เปิดฟื้นแตะ 1,591 จุด รับข่าวฟิทช์เพิ่มมุมมองไทยเป็น Stable
หุ้นไทยภาคเช้าบวก 7.73 จุด รับฟิทช์ปรับมุมมองไทยสู่ Stable คงเรตติ้ง BBB+ โบรกมองกรอบ 1,575-1,600 จุด ชูหุ้นเทค-แบงก์-นิคมฯ เด่นลงทุน
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวสูงขึ้น 7.73 จุด แตะระดับ 1,591 จุด
- ได้รับปัจจัยหนุนหลังจาก Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็น "มีเสถียรภาพ" (Stable) จากเดิม "เชิงลบ" (Negative)
- Fitch ให้เหตุผลว่าไทยสามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานได้ดี และได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ AI และ Data Center
- โบรกเกอร์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,575-1,600 จุด โดยแนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ธนาคาร และนิคมอุตสาหกรรม
หุ้นไทยภาคเช้าบวก 7.73 จุด รับฟิทช์ปรับมุมมองไทยสู่ Stable คงเรตติ้ง BBB+ โบรกมองกรอบ 1,575-1,600 จุด ชูหุ้นเทค-แบงก์-นิคมฯ เด่นลงทุน
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 21 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:48 น. ที่ระดับ 1,591.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.73 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.49% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,596.17-1,589.69 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,043.34 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 245.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.66% มูลค่าซื้อขาย 2,175.81 ล้านบาท
- SCB ราคา 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.31% มูลค่าซื้อขาย 2,019.17 ล้านบาท
- TOP ราคา 68.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 5.36% มูลค่าซื้อขาย 1,889.90 ล้านบาท
- KBANK ราคา 256.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.19% มูลค่าซื้อขาย 1,731.07 ล้านบาท
- BBL ราคา 194.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย 947.48 ล้านบาท
ฟิทช์ปรับมุมมองไทยเป็น STABLE
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (21 ก.ย. 69) ว่า FITCH ปรับมุมมองประเทศไทยเป็น STABLE จาก Negative มองไทยคุมวิกฤตพลังงานได้ดีและรับประโยชน์จากธุรกิจ AI มองดีกับนิคมฯ สัปดาห์นี้รอดูท่าทีในตะวันออกกลางและการพบกันระหว่างสหรัฐฯกับจีนช่วงปลายสัปดาห์
โดย Dow Jones สัปดาห์ที่ผ่านมาปิดลบ 1.7% ขณะที่ S&P 500 ลดลงเพียง 0.08% และ Nasdaq ปรับขึ้น 0.7% หนุนจากแรงซื้อหุ้น AI เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณอาจขึ้นเพิ่มอีกในปีนี้ ราคาน้ำมันดิบ BRT ลบ 0.9% ท่ามกลางการพูดคุยกันระหว่างจีนกับอิหร่าน
วันศุกร์ที่ผ่านมาไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนบัตรขยับสูงขึ้นแต่ข้อดีก็คือยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ทั้งนี้ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาสถานการณ์ในตะวันออกกลางดูรุนแรงมากขึ้นอาจเป็นปัจจัยกดดัน
อย่างไรก็ตาม เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ BRT บวกเพียงเล็กน้อย (+0.3%) ชี้ว่า ตลาดยังไม่ได้กังวลมากนัก โดยรอติดตามท่าทีของสหรัฐฯหลัง จากช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีรายงานว่าทรัมป์เตรียมจะแถลงการบางอย่างและมีกำหนดการพบประธานาธิบดีจีนในวันที่ 24 ก.ย. คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม สถานการณ์เช้านี้พบ KOSPI +0.9% มองเป็นปัจจัยจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดในภาพรวมและกลุ่ม TECH
วันศุกร์ที่ผ่านมา Fitch Rating ได้ปรับมุมมองประเทศไทยจาก Negative เป็น Stable แต่ยังคง Credit Rating ไว้ที่ BBB+ เป็นเพราะรัฐบาลสามารถรักษาหนี้สิน / GDP ไม่เกิน 70% และไทยก็สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานได้ พร้อมกับการลงทุนเอกชนที่เติบโตแข็งแกร่งรับประโยชน์จาก Data Center มองดี กับกลุ่มนิคมฯ
ทั้งนี้ ประเมิน SET Index กรอบ 1,575-1,600 จุด เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเป็นจิตวิทยาเชิงบวก ระยะสั้นอาจเลือก Trading ใน กลุ่ม TECH (DELTA HANA KCE) กลุ่ม Value Play (BBL KTB KBANK SCB KKP CPN) กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) พร้อมรอติดตามการนำ ไทยช่วยไทยพลัสต่ออายุ
หุ้นแนะนำ
- MINT : บริษัทวางเป้ากำไรปี 2569-2571 เติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% จากรายได้ที่เติบโต 7-9% ต่อปี และมีแผนลดหนี้ โดยมีเป้าอัตราส่วน Net debt-to-equity 0.75-0.85 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.10 เท่า (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.5 บาท)
- CPN : ปัจจัยบวกจากภาพรวมธุรกิจที่ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเปิดศูนย์ใหม่ที่ล่าสุดมีความชัดเจนถึงปี 2571 แล้ว และรายได้จากธุรกิจอื่นอย่างโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักในมือเพิ่มเช่นกัน (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)







