thansettakij
thansettakij
ตลท.-CMDF จับมือ อว.-NIA ปลดล็อกทุนสตาร์ทอัพไทย ชู PE Trust พาธุรกิจโตต่อ

ตลท.-CMDF จับมือ อว.-NIA ปลดล็อกทุนสตาร์ทอัพไทย ชู PE Trust พาธุรกิจโตต่อ

15 ก.ย. 69 | 13:05 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 13:10 น.

ตลท.-CMDF จับมือ อว.-NIA และพันธมิตร จัดตั้ง PE Trust วงเงินเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เติมทุนธุรกิจ New Economy พร้อมผนึก 15 มหาวิทยาลัยดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และตลาดทุน

KEY

POINTS

  • ตลท. CMDF ร่วมมือกับ อว. และ NIA จัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพและ New Economy
  • มีการเปิดตัว University Holding Consortium โดย 15 สถาบันอุดมศึกษา เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพและผลักดันงานวิจัย Deep-Tech จากมหาวิทยาลัยสู่การเติบโตเชิงพาณิชย์
  • กองทรัสต์ PE Trust มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนให้ธุรกิจนวัตกรรมเติบโตสู่ตลาดทุน ควบคู่กับการปรับเกณฑ์ของ ตลท. และเสนอแก้กฎหมาย Dual-Class Shares เพื่อเอื้อต่อสตาร์ทอัพ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ประกาศจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจ New Economy

และในโอกาสนี้ สถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง พร้อมบริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน และพันธมิตร ร่วมเปิดตัว University Holding Consortium เชื่อมศักยภาพและทรัพยากรของมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจ Deep-Tech จากงานวิจัยสู่การเติบโตเชิงพาณิชย์และการลงทุนในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ตลท.-CMDF จับมือ อว.-NIA และพันธมิตร จัดตั้ง PE Trust วงเงินเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เติมทุนธุรกิจ New Economy พร้อมผนึก 15 มหาวิทยาลัยดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และตลาดทุน

ตั้ง University Holding Consortium ทลายกรอบการทำงานแบบแยกส่วน

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand New Economy: From Knowledge to National Growth” ว่า ประเทศไทยมีฐานการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งกว่า 80% อยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ที่ผ่านมาการจัดตั้งบริษัทสปินออฟ (Spin-off) หรือสตาร์ทอัพมักเผชิญข้อจำกัดด้านความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเชื่อมโยงระหว่างสถาบัน

การจัดตั้ง University Holding Consortium ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา จึงเข้ามาช่วยทลายกรอบการทำงานแบบแยกส่วน (Silos) เปิดทางให้บริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยสามารถร่วมลงทุนข้ามสถาบันได้

กลไกนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการทดสอบผลิตภัณฑ์ข้ามสถาบัน ทั้งการทดสอบการใช้งาน (Usability Test) และการทดสอบทางคลินิกแบบหลายศูนย์ (Multicenter Clinical Trials) ในระบบโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและกองทุนต่างชาติในการเข้ามาร่วมลงทุน

นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมนักพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (AITP) ในการปรับปรุงกระบวนการคัดกรองคุณภาพทรัพย์สินทางปัญญา (IP Quality)

พร้อมทั้งกำหนดให้มีการตรวจสอบ Freedom to Operate เพื่อยืนยันสิทธิในเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำ ก่อนที่จะมีการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ขณะเดียวกันยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการ Wellness Economy เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Scientific Wellness ครอบคลุมอุตสาหกรรมยา สุขภาพ เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนการเกษตรเพื่อสุขภาพ โดยมุ่งหวังต่อยอดไปสู่ระบบการเงินเพื่อธรรมชาติ (Nature Financing) และการวัดมูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในระยะยาว

ปลดล็อกเกณฑ์จดทะเบียน-แก้ไขกฎหมาย Dual-Class Shares ดึงทุนต่างชาติ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในบริบทที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน New Economy ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือทิศทางที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง PE Trust จะทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเติบโตจากระยะเริ่มต้นไปสู่การเป็นกิจการที่พร้อมเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ขณะที่ University Holding Consortium จะช่วยปลดล็อกองค์ความรู้จากห้องแล็บสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่จะเอื้อต่อการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ประเทศไทยต้องการอย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น กลไกนี้จะเชื่อมโยงกับการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเกณฑ์เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นการเชื่อมต่อเส้นทางการเติบโตของธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะในมหาวิทยาลัย

การจัดตั้งบริษัท การเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่าน PE Trust ไปจนถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนได้ตามความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

ทั้งนี้ PE Trust มุ่งลงทุนในธุรกิจ New Economy อาทิ เทคโนโลยีเชิงลึก ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุน

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เสนอแก้ไขกฎหมายโครงสร้างหุ้นสองระดับ (Dual-Class Shares) ต่อกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ Startup และ New Economy ยังคงสามารถกำหนดทิศทางการดำเนินงานได้แม้จะเข้ามาระดมทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้าสู่ตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงิน New Economy ไทย

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า ผู้ประกอบการ New Economy ไทยจำนวนมากมีศักยภาพในการเติบโต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนในช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว PE Trust จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุน โดยมุ่งช่วยยกระดับหรือ Value Up กิจการ ทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน

โดย CMDF เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสให้บริษัท New Economy ไทยสามารถเติบโตและก้าวเข้าสู่ตลาดทุนได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ จะเปิดรับสมัคร Trust Manager ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ และดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุนไปพร้อมกัน

จากผู้ให้ทุนสนับสนุนสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุนผ่านกลไก “NIA Venture”

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมไทย หลังการเพิ่มบทบาทจากผู้ให้ทุนสนับสนุนสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุนผ่านกลไก “NIA Venture” เพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างการรับทุนระยะเริ่มต้นกับการเข้าถึงเงินทุนขยายธุรกิจ

โดยกลไกดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและภาคเอกชน ผ่านกรอบการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวง อว. ทั้งรูปแบบ PE Trust และ University Holding Consortium

"NIA คาดหวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดทุนและเวทีสากล ตลอดจนสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในระยะยาว"