
หุ้นไทยเช้าร่วง 9 จุด แตะ 1,582.01 จุด DELTA ฉุดดัชนี จับตาบอนด์ยีลด์สหรัฐเร่งตัว
หุ้นไทยเปิดร่วง 9.06 จุด หลุด 1,590 จุด หลัง DELTA ดิ่งเกือบ 6% รับกังวลลงทุน AI ชะลอ–บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง โบรกฯ แนะหลบหุ้นเทค เน้นแบงก์และหุ้น Value
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าร่วงลงกว่า 9 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,582.01 จุด
- หุ้น DELTA เป็นตัวฉุดดัชนีหลัก โดยราคาปรับตัวลดลงเกือบ 6% จากความกังวลเรื่องการลงทุน AI ที่ชะลอตัว
- ตลาดเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หุ้นไทยเปิดร่วง 9.06 จุด หลุด 1,590 จุด หลัง DELTA ดิ่งเกือบ 6% รับกังวลลงทุน AI ชะลอ–บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง โบรกฯ แนะหลบหุ้นเทค เน้นแบงก์และหุ้น Value
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 15 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 10:38 น. ที่ระดับ 1,582.01 จุด ลดลง 9.06 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.57% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,592.28-1,578.71 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 27,127.41 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 237.00 บาท ลดลง 15.00 บาท หรือ 5.95% มูลค่าซื้อขาย 8,306,89 ล้านบาท
- TRUE ราคา 13.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.78% มูลค่าซื้อขาย 1,298,99 ล้านบาท
- PTT ราคา 42.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.19% มูลค่าซื้อขาย 1,251,21 ล้านบาท
- TTB ราคา 3.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 826,11 ล้านบาท
- KBANK ราคา 251.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 805,45 ล้านบาท
บอนด์ยีลด์เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (15 ก.ย. 69) ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังผันผวนเพราะทางผู้นำ AI ส่งสัญญาณชะลอลงทุนกดดันหุ้น SEMI และขณะเดียวกัน Yield สหรัฐฯ ยังคงเร่งขึ้นต่อเนื่อง ตลาดกำลังเรียกร้องดอกเบี้ยที่สูงจากเงินเฟ้อและปัญหาหนี้สหรัฐฯ ทำให้ Value Stock ยังมีแนวโน้ม Outperform (Bank Health ICT) แต่ระมัดระวัง TECH
โดยดัชนี S&P 500 ลดลง -0.48% และ Nasdaq -0.56% หลังนักลงทุนกังวลเรื่อง AI Slowdown จากข้อเสนอของ CEO Anthropic ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปและดาต้าเซ็นเตอร์ถูกขาย ด้านราคาน้ำมัน WTI ปิดเหนือ 100 $ / BBL หลังซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ราคาหุ้นปรับขึ้นเด่นได้แก่ GOOGL +3.2% MSFT +2% META +2.7%
ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ เดินหน้าปรับขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ รุ่นอายุ เป็นไปได้ว่ามาจากความกังวลเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลงจนกระทั่งทรัมป์ต้องออกมาระบุใน Social Media ใน Truth Social ว่าอิหร่านกำลังประสบปัญหาและต้องการทำข้อตกลงเร่งด่วนโดยสหรัฐฯ ก็อาจรับพิจารณาช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาน้ำมันแต่ก็ยังมิได้มากนัก
แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าทางสหรัฐฯ ไม่สามารถปล่อยให้ Bond Yield ปรับขึ้นมากกว่านี้ได้ เพราะจะกดดันทั้งเศรษฐกิจและหนี้ภาครัฐ ด้าน CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนัก 92% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมที่จะถึงนี้เท่ากับว่าตลาดได้ Price In ไปแล้วแต่จุดที่น่าสนใจนั้นก็คือทิศทางถัดไปของดอกเบี้ย
ฮั้ว สว. ไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน
ประเด็นการพิจารณาฮั้ว สว. ในประเทศมิได้มีอะไรน่ากังวล จากนี้นักลงทุนจะไปให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจและกำไรบริษัทฯ เมื่อวานนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติพบว่า -3.4% (YTD) แต่หลังจากนี้มีแนวโน้มเร่งขึ้นจาก ช่วง Golden Week ของจีน
วันนี้ประเมิน SET Index 1,580-1,605 จุด เช้านี้พบ KOSPI -0.6% อาจกดดัน Tech DELTA HANA ในเชิง กลยุทธ์เน้นที่ Value Stock อย่างธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) โรงพยาบาล (BDMS BH BCH PR9) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) กลุ่มส่งออก (ITC TU) ได้ประโยชน์จากอ่อนค่าของเงินบาท
หุ้นแนะนำ
- KTB : มองบวกมากขึ้นต่องบดุลแข็งแกร่ง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารสำรองหนี้ฯ รักษาความสามารถทำกำไรสูง (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 45 บาท)
- TU : ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวดในไตรมาส 2/2569 ที่ดีกว่าตลาดคาดไว้โดยมีกำไรปกติสูงถึง 1,361 ล้านบาท จากผลดีของอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นสถิติใหม่รายไตรมาส (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 15.4 บาท)







