
หุ้นไทยเปิดอ่อนตัว 1,615.05 จุด ลด 2.84 จุด รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาขึ้น
หุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,610-1,630 จุด รับแรงกดดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์–บอนด์ยีลด์พุ่ง โบรกแนะเทรดหุ้นพลังงาน ชู BCH-PR9 หุ้นเด่นรับครึ่งปีหลัง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลง 2.84 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,615.05 จุด
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่พุ่งสูง และราคาน้ำมันดิบที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ ซึ่งสร้างความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด และแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์
หุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,610-1,630 จุด รับแรงกดดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์–บอนด์ยีลด์พุ่ง โบรกแนะเทรดหุ้นพลังงาน ชู BCH-PR9 หุ้นเด่นรับครึ่งปีหลัง
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 10 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:04 น. ที่ระดับ 1,615.05 จุด ลดลง 2.84 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.44% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,621.28-1,609.66 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 31,245.32 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KTB ราคา 44.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.73% มูลค่าซื้อขาย 2,124.15 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 155.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.32% มูลค่าซื้อขาย 1,611.14 ล้านบาท
- TOP ราคา 67.75 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 3.21% มูลค่าซื้อขาย 1,522.89 ล้านบาท
- KBANK ราคา 246.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.82% มูลค่าซื้อขาย 1,492.62 ล้านบาท
- PTT ราคา 42.25 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,483.88 ล้านบาท
บอนด์ยิว-น้ำมันพุ่ง กดดันการลงทุน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (10 ก.ย. 69) ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องหลังน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มองเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนแต่กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะได้ประโยชน์ คืนนี้รอติดตาม PPI ของสหรัฐฯ หากต่ำกว่าคาดอาจช่วยหนุนตลาดได้บ้าง
โดย DJIA เมื่อคืนปิดลบ 405 จุด (-0.77%) การเร่งขึ้นของน้ำมันดิบ ที่เกินกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนกังวลกับเงินเฟ้อที่ อาจเร่งหลังจากนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.3% เพราะ สหรัฐฯและอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ META +6.5% หลังเปิดตัว AI Agent ที่มีการเรียกค่าบริการจากผู้ใช้
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นมาเกินกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังเกิดการสู้รบไปมา และกดดันให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐน (US Yield) ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่าง 10 ปี New High ในรอบ 3 ปี ฝั่ง 2 ปีก็ New High ในรอบ 2 ปี
ด้าน CME FED Watch ให้น้ำหนัก ราว 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ปัจจัยข้างต้นเป็น สิ่งกดดันตลาดหุ้นต่อไปและอาจทำให้เงินเฟ้อในเดือนกันยายน อาจเร่งขึ้นเทียบกับเดือน ส.ค.
แต่ขณะเดียวกันพบว่าราคาทองคำกลับไม่ลดลงอย่างมีนัยยะ บ่งชี้ถึงความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation ในมุมมองของตลาด หากภาวะเช่นนี้ยังไปต่อ จะกดดันกับตลาดหุ้น คืนนี้รอติดตาม PPI ตลาดคาดที่ 0.4%
การสู้รบในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในแง่ของผลประกอบการ ท้ายที่สุดจะดีกับราคาหุ้นซึ่งวานนี้ปรับขึ้นโดดเด่น แต่อาจระมัดระวังกลุ่มที่อ่อนไหวกับดอกเบี้ยเช่นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด เช้านี้ Kospi บวกเล็กน้อย (+0.3%) ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น Trading Energy (PTT PTTEP TOP PTTGC) กลุ่ม Value ที่เงินเฟ้อกระทบจำกัด (BCH BDMS KTB ADVANC CPN CPALL PR9) แต่ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงและความกังวลดอกเบี้ยเริ่มกลับมา อาจทำให้ตลาดหุ้นมี Upside จำกัดจนกว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลง
หุ้นแนะนำ
- BCH : คาดกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะทำได้ตามประมาณการ เนื่องจากเป็นช่วง High Season และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยคาดจะเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากกลุ่มตะวันออกกลาง (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท)
- PR9 : คาดกำไรไตรมาส 3/2569 จะขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากผลของฤดูกาล และเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการลงทุนในอุปกรณ์การรักษาโรคเฉพาะทาง ปัจจุบันเปิดให้บริการเครื่องฉีดสีสวนหลอดเลือด 2 ระนาบ (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 20 บาท)







