thansettakij
thansettakij
ตลาด IPO ไทยซบหนัก คาดปี 69 ต่ำสุดรอบ 23 ปี จับตาดีลใหญ่ปีหน้า

ตลาด IPO ไทยซบหนัก คาดปี 69 ต่ำสุดรอบ 23 ปี จับตาดีลใหญ่ปีหน้า

08 ก.ย. 69 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 69 | 10:13 น.

IPO ไทยปี 69 เหลือเพียง 10-15 บริษัท ต่ำสุดรอบกว่า 23 ปี ตลท.เร่งย่นขั้นตอนเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นดีลใหญ่-New Economy ปลุกตลาดปี 70

KEY

POINTS

  • คาดการณ์ว่าปี 2569 จะมีบริษัทเข้าจดทะเบียน (IPO) เพียง 10-15 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดในรอบ 23 ปี
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดซบเซามาจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย กระบวนการเตรียมความพร้อมที่ยาวนาน และกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด
  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าสถานการณ์จะกลับมาคึกคักในปี 2570 โดยมีดีลใหญ่รออยู่ และกำลังปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้นเหลือ 90 วัน

ตลาดหุ้นไทยอาจฟื้นตัวแรงเด่นและมูลค่าการซื้อขายกลับมาคึกคักแต่บรรยากาศในตลาดหุ้นน้องใหม่กลับเดินสวนทาง เมื่อจำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนในปี 2569 มีแนวโน้มเหลือเพียง 10–15 บริษัท ต่ำที่สุดในรอบกว่า 23 ปี สะท้อนว่าการฟื้นตัวของดัชนียังไม่มากพอจะปลดล็อกตลาด IPO

แรงกดดันไม่ได้มาจากภาวะตลาดเพียงด้านเดียวแต่ยังรวมถึงกระบวนการเตรียมความพร้อมที่ใช้เวลานาน ความเข้มงวดด้านกฎเกณฑ์และการเลือกจังหวะเสนอขายที่เหมาะสมส่งผลให้หลายบริษัทซึ่งได้รับอนุมัติหรือยื่นไฟลิ่งแล้วอาจยังไม่สามารถเข้าซื้อขายได้ทันภายในปีนี้

โจทย์ใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนหุ้นใหม่แต่ต้องทำให้กระบวนการระดมทุนรวดเร็วขึ้นโดยไม่ลดทอนคุณภาพ พร้อมเปิดทางให้ธุรกิจ New Economy และบริษัทเทคโนโลยีเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น ผ่านแผนลดระยะเวลาตั้งแต่ยื่นไฟลิ่งถึงเข้าเทรดเหลือ 90 วัน รวมถึงการศึกษาจัดหมวดธุรกิจใหม่ให้สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจยุคถัดไป

ตลาด IPO ไทยดิ่งสุดในรอบ 23 ปี

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ประเมินว่าจำนวนหุ้น IPO ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯปีนี้มีจำนวนเพียง 10 - 15 บริษัท ซึ่งถือเป็นปีที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 23 ปี และลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ระดับ 18 บริษัท

โดยปัจจุบันมีบริษัทใหม่ที่เข้า IPO ปี 2569 นี้ไปแล้วจำนวน 3 บริษัท และยังมีบริษัทที่ได้รับอนุญาตแบบคำขอให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ (Approved) แล้วจำนวน 6 บริษัท รวมถึงบริษัทที่ยื่นแบบ filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. (Submitted) แล้วจำนวน 6 บริษัท อย่างไรก็ตามจำนวนบริษัทที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตไม่ได้แปลว่าจะเข้าทันภายในปีนี้ทั้งหมด

ปี 70 ลุ้นหุ้นน้องใหม่กลับมาคึกคัก

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภาวะตลาดหุ้น IPO จะกลับมาคึกคักได้ภายในปีหน้า (2570) โดยปัจจุบันมีดีล IPO ขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการพูดคุยกันหลายราย แต่ตอนนี้ยังคงให้รายละเอียดอะไรมากไม่ได้ ประกอบกับอาจมีบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) จากเกณฑ์ใหม่ที่เข้ามาระดมทุน

รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการศึกษาเรื่องจัด Sector ใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ปัจจุบันมีเพียงกลุ่มหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มไอซีที โดยคาดว่าจะประกาศออกมาในช่วงปลายปี 2569 นี้อีกด้วย

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และชมรมวาณิชธนกิจ (IB Club) เพื่อที่จะย่นระยะเวลากระบวนการ IPO ให้บริษัทน้องใหม่สามารถเข้าเทรดได้ภายใน 90 วัน จากเดิมที่มักใช้เวลาตั้งแต่ยื่นไฟลิ่งจนถึงวันเข้าเทรดประมาณ 165 วัน ผ่านรูปแบบการทำแซนด์บ็อกซ์ร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนทางฝั่งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และสำนักงาน ก.ล.ต.ได้

"การทำงานของ ตลท. ในเวลานี้ ยังอยู่ในช่วงปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้มีความพร้อม ก่อนที่จะเดินหน้าดึงบริษัทใหม่ๆ ให้เข้ามาใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางระดมทุนมากขึ้น ดังนั้นผลลัพธ์ของเรื่องนี้อาจยังไม่เห็นชัดในปีนี้ แต่มีโอกาสเริ่มเห็นในปีหน้า"

ย่นเวลาเอื้อ IPO ใหม่ระดมทุน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ปัจจุบันขั้นตอนการทำ IPO ไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1-2 เดือน เพราะเวลามีประกาศเริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งอาจต้องใช้เวลานานก่อนที่จะเข้าเทรด

ประกอบกับต้องดูจังหวะและความเหมาะสมของสภาวะตลาดด้วย จึงทำให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า IPO น้อยลง เพราะสภาวะตลาดอาจจะไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกอบการในการทำ IPO มาเท่าไหร่นัก

ทั้งนี้ ในขั้นตอนการเตรียมพร้อม IPO ก็สำคัญและค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร โดยหากเคสที่เร็วสุดที่เคยเห็นคือ 1 ปี แต่จริงๆเบื้องหลังก็อาจต้องทำการบ้านกันก่อนหน้านั้น โดยในที่สุดขั้นตอนต่างๆต้องการให้บริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดต้องเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง รวมถึงเรื่องการเตรียมตัว

ยกตัวอย่างเช่น เรื่องรายการระหว่างกันที่อาจจะมีต้องเคลียร์ให้แล้วเสร็จก่อนซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้นการเตรียมพร้อมมันอาจใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี หรือนานสุดส่วนตัวที่เคยทำมาคือ 3 ปี นอกจากนี้ถ้าพูดกันตรง ๆ การเข้าจดทะเบียนของกลุ่ม New Economy คงยังไม่ได้เห็นผลทันทีในปีนี้

จ่อตั้งดัชนีใหม่

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งดัชนีใหม่นั้น ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างพูดคุยรายละเอียด ต้องยอมรับว่ามีหลายตลาดที่เข้ามาคุย โดยอาจมีทั้งรูปแบบ One on One และที่รวมกันหลายๆ ประเทศ ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับตามมาจากการเพิ่มดัชนีใหม่คือ การตั้งกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีฯ และเมื่อมี ETF ก็จะมีสภาพคล่องที่เข้ามาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย