
Nike มูลค่าหาย 2.2 แสนล้านดอลลาร์ เบื้องหลังหลุด S&P 100
Nike เตรียมหลุดจากดัชนี S&P 100 หลังอยู่มานานราว 18 ปี ท่ามกลางมูลค่าตลาดที่หายไปกว่า 2.2 แสนล้านดอลลาร์ รายได้ปีงบการเงิน 2026 ลดลง และตลาดจีนเผชิญแรงกดดัน
KEY
POINTS
- Nike เตรียมถูกถอดออกจากดัชนี S&P 100 หลังจากมูลค่าตลาดของบริษัทหายไปราว 2.2 แสนล้านดอลลาร์
- สาเหตุหลักของการถดถอยมาจากกลยุทธ์การขายตรง (Direct-to-Consumer) ที่ส่งผลกระทบต่อช่องทางจำหน่าย นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ซบเซา และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
- หุ้นของบริษัทเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยราคาปรับตัวลดลงกว่า 48% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และการหลุดจากดัชนีอาจสร้างแรงขายต่อหุ้นในระยะสั้น
ตามแถลงการณ์ของ S&P Dow Jones Indices ระบุว่า Nike เตรียมออกจากดัชนี S&P 100 ซึ่งเป็นดัชนีชั้นนำของวอลล์สตรีท หลังอยู่ในดัชนีมาราว 18 ปี โดยจะมีผลในวันที่ 21 กันยายน 2026
ดัชนี S&P 100 ซึ่งเป็นดัชนีย่อยของ S&P 500 ประกอบด้วยบริษัทบลูชิปรายใหญ่และมีเสถียรภาพสูง 100 แห่งจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในวอลล์สตรีท แต่น่าเสียดายที่ Nike จะไม่ใช่หนึ่งในบริษัทเหล่านั้นอีกต่อไป
แม้จะมีสโลแกนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬารายนี้กลับสูญเสียความมั่นคงแบบ “Just Do It” ไปพร้อมกับการสูญเสียมูลค่าตลาดราว 220,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 57,000 ล้านดอลลาร์
ในปีงบการเงิน 2026 Nike มีรายได้รวม 46,400 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้จากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง 11%
รายงานระบุว่า จุดเริ่มต้นของการถดถอยของ Nike มาจากกลยุทธ์ Direct-to-Consumer ที่มุ่งขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรงอย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับช่องทางการจัดจำหน่าย
หลายปัจจัยฉุดรั้งบริษัท
นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ ที่ฉุดรั้งบริษัท ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ซบเซา การเสื่อมถอยของความพรีเมียมของแบรนด์ และการแข่งขันที่สูงขึ้นจาก Anta, Li Ning, HOKA และคู่แข่งรายอื่น ๆ
การปรับโครงสร้างดัชนีตามมาตรฐานของ S&P ในครั้งนี้ ยังส่งผลให้ Honeywell Aerospace, Simon Property Group และ Colgate-Palmolive ถูกถอดออกจากดัชนี S&P 100 เช่นเดียวกับ Nike ขณะที่ Dell Technologies, Palo Alto Networks, Arista Networks และ Sandisk จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของดัชนี
อย่างไรก็ตาม หุ้น Nike เพียงถูกถอดออกจากดัชนี S&P 100 และจะยังคงอยู่ในดัชนี S&P 500 เนื่องจากการออกจากดัชนีไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะถูกถอดออกจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) แต่อย่างใด
ที่น่าสังเกตคือ กองทุนที่ติดตามดัชนีจะต้องลดการถือครองหุ้น Nike ตามหลักเกณฑ์ของดัชนี ซึ่งอาจสร้างแรงขายต่อหุ้นในระยะใกล้
หุ้น Nike เผชิญแรงกดดันขาลงอย่างต่อเนื่อง
และปรับตัวลดลงมากกว่า 48% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และราว 33% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว โดยหุ้นปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 38.40 ดอลลาร์ ลดลงเกือบ 1%






