
หุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่ง 1,600-1,640 จุด กูรูคัด 6 หุ้นเด่น Solar Roof
โบรกมองหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่ง 1,600-1,640 จุด รับแรงหนุน PPI สหรัฐฯ ต่ำคาด พร้อมชู 6 หุ้นเด่นรับมาตรการอุดหนุน Solar Roof จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- บล.โกลเบล็กคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) ในกรอบ 1,600-1,640 จุด
- ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
- แนะนำกลยุทธ์ลงทุนใน 6 หุ้นเด่นกลุ่ม Solar Roof ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการอุดหนุนของภาครัฐ ได้แก่ GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA
บล.โกลเบล็ก ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวออกข้าง (Sideway) ในกรอบ 1,600-1,640 จุด ตอบรับเชิงบวกจากตัวเลข PPI สหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด หนุนนักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อและคาดการณ์ FED คงดอกเบี้ยเดือน ก.ย. นี้ พร้อมแนะนักลงทุนจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากมาตรการรัฐอุดหนุน Solar Roof ชู GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA เด่น
สัปดาห์นี้หุ้นไทยแกว่งผันผวนออกข้าง 1,600-1,640 จุด
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในในสัปดาห์นี้ว่า ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,600-1,640 จุด
ทั้งนี้ ตลาดได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 4.7% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน (YoY) ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.9% และชะลอตัวลงจากระดับ 5.5% ในเดือนมิถุนายน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุด บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 65.6% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสัปดาห์ก่อนที่ให้น้ำหนักเพียง 45.0%
ปัจจัยบวกพยุงตลาด
ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ ที่ช่วยพยุงตลาด ได้แก่ การที่ซาอุดีอาระเบียเร่งส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นผ่านท่อส่งน้ำมันพาดผ่านประเทศอียิปต์ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นเส้นทางทดแทนทะเลแดงเพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการปิดล้อมทางทะเลของกลุ่มฮูตีในเยเมน
รวมถึงรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจโดยรวมในไตรมาส 3/2569 ขยายตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐในธุรกิจการค้า ตลอดจนภาคการผลิตและส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ในกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงที่กดดันการลงทุนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากศูนย์บัญชาการกลาง คาตัม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน แถลงการณ์ว่าไม่มีเรือพาณิชย์หรือเรือบรรทุกน้ำมันลำใดสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยหากไม่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน
รวมถึงความกังวลด้านมาตรการกีดกันทางการค้าที่สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบคิดตามมูลค่า (Ad Valorem) ในอัตรา 10-100% สำหรับโดรนนำเข้าตลอดจนชิ้นส่วนและส่วนประกอบ ตลอดจนประเด็นการเมืองในสหรัฐฯ กรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกองค์กรสื่อ 2 แห่งยื่นฟ้องต่อศาลในนิวยอร์กจากการที่บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social เปิดให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงโพสต์ของทรัมป์ก่อนผู้ใช้งานทั่วไป
จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยในประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การแถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 จากสภาพัฒน์ฯ ในวันที่ 17 สิงหาคม ตามด้วยการแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และยอดการผลิต-ส่งออกรถยนต์จาก ส.อ.ท. รวมถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน
ขณะที่ช่วงปลายเดือนในวันที่ 26 สิงหาคม จะมีกำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/2569 และการรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยจากธปท. ในวันที่ 28 สิงหาคม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังในสัปดาห์ที่ 4
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่น่าจับตาในวันที่ 17 สิงหาคม จีนเตรียมรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของเดือนกรกฎาคม ทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรม ราคาบ้าน ยอดค้าปลีก การลงทุน และอัตราว่างงาน เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
และต่อเนื่องในวันที่ 18 สิงหาคม ตลาดจะรอดูตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของอียู ตลอดจนข้อมูลสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งการจ้างงานภาคเอกชน การเริ่มสร้างบ้าน ราคานำเข้า-ส่งออก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกต่อไป
แนะกลยุทธ์การลงทุน
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐที่เตรียมให้เงินอุดหนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Roof) ซึ่งจะหนุนรายได้และกำไรของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบและจำหน่ายอุปกรณ์ ได้แก่ GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA







