
Amazon ดันการเติบโตกำไร S&P 500 ไตรมาส 2 พุ่ง 47.4% สูงสุดในรอบ 5 ปี
กำไรของ Amazon สูงกว่าคาดจากผลกำไรการลงทุนใน Anthropic ดันอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทในดัชนี S&P 500 ไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่ม 47.4% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 แม้หักผลของ Amazon และ Alphabet ออก ดัชนียังมีกำไรเติบโต 28.8%
KEY
POINTS
- กำไร S&P 500 ไตรมาส 2 เติบโตขึ้นเป็น 47.4% โดยมีผลประกอบการของ Amazon เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตัวเลขในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ผลกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ Amazon ที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างมาก มีปัจจัยหลักมาจากรายได้อื่นที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงาน ซึ่งส่วนใหญ่คือการลงทุนในบริษัท Anthropic
- Amazon เป็นบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไรมากเป็นอันดับ 2 รองจาก Alphabet ซึ่งหากไม่รวมผลประกอบการของทั้งสองบริษัท อัตราการเติบโตของกำไร S&P 500 จะลดลงเหลือ 28.8%
FactSet รายงานว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของกำไร (แบบ blended) ของบริษัทในดัชนี S&P 500 สำหรับไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 47.4% จาก 38.0% หากอัตรา 47.4% กลายเป็นตัวเลขสุดท้ายของไตรมาส จะถือเป็นอัตราการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่สูงที่สุดของดัชนีนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 91.6%
ขณะนี้มี 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่รายงานการเติบโตของกำไรในระดับเลขสองหลักสำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 นำโดยกลุ่มพลังงาน (Energy) ที่เติบโต 135.3% กลุ่มบริการด้านการสื่อสาร (Communication Services) 109.8% กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) 90.7% และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) 69.4%
เมื่อพิจารณาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราการเติบโตของกำไรของ S&P 500 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทใดเป็นผู้มีส่วนสำคัญที่สุดต่อการเพิ่มขึ้นดังกล่าว
ในระดับบริษัท ผลประกอบการต่อหุ้น (EPS) ของ Amazon.com ที่ออกมาสูงกว่าคาดอย่างมาก (5.75 ดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 1.82 ดอลลาร์) เป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยมากที่สุดต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราการเติบโตของกำไรของ S&P 500 สำหรับไตรมาส 2 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Amazon เพียงบริษัทเดียวคิดเป็น 76% ของการเพิ่มขึ้นสุทธิของกำไรในเชิงมูลค่าเงินดอลลาร์ของบริษัททั้งหมดในดัชนี S&P 500 ในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า การคำนวณทั้งส่วนต่างของ EPS ที่สูงกว่าคาด (Earnings Surprise) และอัตราการเติบโตของกำไร ใช้ EPS ตามหลักการบัญชี GAAP ของ Amazon.com เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ส่งประมาณการ EPS ให้แก่ FactSet ใช้ประมาณการบนพื้นฐาน GAAP สำหรับบริษัทแห่งนี้ และในอดีต Amazon รายงาน EPS เฉพาะตามมาตรฐาน GAAP มาโดยตลอด
แม้ว่าบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในสหรัฐจะรายงาน EPS ตามหลักการบัญชี GAAP (Generally Accepted Accounting Principles) แต่หลายบริษัทเลือกที่จะรายงาน EPS แบบ Non-GAAP ควบคู่กันด้วย
ตลาดมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อการใช้ตัวเลข EPS แบบ Non-GAAP ฝ่ายที่สนับสนุนมองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติของบริษัทได้แม่นยำกว่า เนื่องจากมักตัดรายการที่บริษัทเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว หรือรายการที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานออกไป
ในทางกลับกัน ผู้วิจารณ์เห็นว่า ไม่มีมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรมในการกำหนดความหมายของ EPS แบบ Non-GAAP ทำให้บริษัทสามารถใช้ช่องว่างดังกล่าวตัดรายการที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรออกไป เพื่อทำให้ตัวเลข EPS แบบ Non-GAAP สูงขึ้น
Amazon.com สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026
สิ่งสำคัญที่ต้องสังเกตคือ EPS ตามมาตรฐาน GAAP ของ Amazon.com สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 รวมรายได้อื่นก่อนหักภาษีที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงาน (Non-operating, Pre-tax Other Income) มูลค่า 53.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนใน Anthropic
อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ส่งประมาณการ EPS ให้แก่ FactSet ใช้ EPS ตามมาตรฐาน GAAP ที่ระดับ 5.75 ดอลลาร์ ซึ่งรวมรายได้ดังกล่าวแล้ว เป็นตัวเลขสำหรับเปรียบเทียบกับประมาณการของตน
ด้วยเหตุนี้ Amazon.com จึงกลายเป็นบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อนของ S&P 500 สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 มากเป็นอันดับ 2 รองจาก Alphabet เท่านั้น
เมื่อสัปดาห์ก่อน Alphabet ก็รายงาน EPS ที่สูงกว่าคาดอย่างมากเช่นกัน เนื่องจาก EPS ตามมาตรฐาน GAAP รวมกำไรสุทธิ 98.0 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Gains) จากหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูบทความ "Alphabet Drives S&P 500 Earnings Growth to Highest Level Since 2021 On Valuation Gains."
หากไม่นับผลประกอบการของ Alphabet และ Amazon.com ออกจากการคำนวณ อัตราการเติบโตของกำไรแบบ blended ของ S&P 500 สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 จะลดลงเหลือ 28.8% จาก 47.4%
ดังนั้น แม้จะไม่รวม Alphabet และ Amazon.com ดัชนี S&P 500 ก็ยังคงรายงานการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 20% เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน







