thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยเปิดบวก 1.66 จุด ยืน 1,647.66 จุด รับแรงฟันด์โฟลว์ต่างชาติหนุน

หุ้นไทยเปิดบวก 1.66 จุด ยืน 1,647.66 จุด รับแรงฟันด์โฟลว์ต่างชาติหนุน

21 ก.ค. 69 | 05:08 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 05:20 น.

หุ้นไทยแกว่งบวกในกรอบ 1,640-1,660 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ต่างชาติ บล.พายแนะเลือกลงทุนหุ้น Valuation ยังไม่แพง ชู KKP-CPN เด่น พร้อมจับตางบ Big Tech และตะวันออกกลาง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายภาคเช้าบวก 1.66 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,647.66 จุด
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง
  • นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้ไว้ที่ 1,640 – 1,660 จุด

วันที่ 21 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:39 น. ที่ระดับ 1,647.66 จุด เพิ่มขึ้น 1.66 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.10% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,657.55 - 1,642.28 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 46,236.43 ล้านบาท 

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • KBANK ราคา 234.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.68% มูลค่าซื้อขาย 4,271.17 ล้านบาท
  • KTB ราคา 42.25 บาท ราคาทรงตัวจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 3,625.67 ล้านบาท
  • GULF ราคา 68.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 3,616.66 ล้านบาท
  • SCB ราคา 157.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.95% มูลค่าซื้อขาย 2,793.88 ล้านบาท
  • PTT ราคา 39.25 บาท ราคาทรงตัวจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 2,163.52 ล้านบาท

จับตา บจ. รายงายผลประกอบการ

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (21 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 307 จุด (-0.6%) ท่ามกลางความกังวลในตะวันออกกลางขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยรายงานหลังจากนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.3% จากแรงหนุนความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหุ้น TECH เริ่มกลับมาฟื้นตัว GOOGL +1.5% MSFT +2.2% MU +2%

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่นิ่งมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดิอาระเบียแต่ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าจะเกิดการเจรจาระหว่างกัน นอกจากนี้ทรัมป์ยังได้ระบุว่าเตรียมเก็บภาษีกับแคนาดา 50% บางรายการ

โดยรวมแล้วยังไร้ปัจจัยบวกที่มีนัยยะต่อตลาดหุ้น ฝั่ง Yield สหรัฐฯ ขยับขึ้นต่อเนื่องทั้งรุ่นอายุ 2 และ 10 ปี คืนนี้ไม่มี ปัจจัยสำคัญต้องติดตามรอดูเพียงการประกาศผลประกอบการและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะพรุ่งนี้ที่ GOOGL จะรายงานผลประกอบการหลังหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ ฝั่ง CME FED Watch มองโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งจากนี้จนถึงกลางปีหน้า

ปัจจัยในประเทศ

กลุ่ม Bank ทยอยประกาศผลประกอบการวานนี้มี TTB ที่ดีกว่าคาด 6% แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้น 46% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) เชื่อว่า Price In แล้ว ฝั่ง KKP รายงานดีกว่าคาด 19% หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย พร้อมปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อที่ราคาเป้าหมาย 120 บาท จากเดิม 100 บาท

ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ มองว่าหุ้นไทยยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ YTD สะสมที่ 7.1 หมื่นล้านบาท สถิติบอกว่าปี 22 เคยมากถึง 2 แสนล้านบาท วันนี้ประเมิน SET Index 1,640 – 1,660 จุด กระแสเงินทุนยังเป็นปัจจัยหนุน เชิงกลยุทธ์ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation หุ้นแนะนำเน้นที่ยังปรับขึ้นไม่มาก อาทิ ค้าปลีก (CPALL HMPRO CPN) โรงพยาบาล (BDMS BCH) การเงิน (MTC SAWAD) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL AAV)

หุ้นแนะนำ

  • KKP : ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 2.2 พันล้านบาท (+51% จากปีก่อน, +9% จากไตรมาสก่อน) จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง และ NPL ratio ลดลงที่ 3.5% (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 120 บาท)
  • CPN : แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 เบื้องต้นคาดเห็นการเติบโตจากในไตรมาส 2/2568 ได้จากการรับรู้รายได้จากศูนย์ใหม่อย่างกระบี่ (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 78 บาท)