
GUNKUL เซ็น PPA 3 โครงการใหม่ ดันกำลังผลิต 57.2 MW เสริมรายได้ระยะยาว
GUNKUL ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด หลังบริษัทย่อยลงนามสัญญา PPA โครงการพลังงานหมุนเวียน 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 57.2 เมกะวัตต์ ปักธงผู้นำพลังงานสีเขียวของภูมิภาค มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2593
KEY
POINTS
- บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่จำนวน 3 โครงการ
- โครงการใหม่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 57.2 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับคัดเลือกภายใต้รูปแบบ Feed-in Tariff (FiT)
- การลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอและสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
- ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2,121 เมกะวัตต์
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL (“บริษัทฯ”) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (“สัญญา PPA”) สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการคัดเลือกตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่องรายชื่อผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567 รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 57.2 เมกะวัตต์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เมื่อรวมโครงการดังกล่าวข้างต้นเข้ากับพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวที่กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการอยู่ทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ กลุ่มบริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Installed Capacity) รวมทั้งสิ้น 2,121 เมกะวัตต์
สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ ในการขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมควบคู่กันไป ช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอและสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจและขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลัง
การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งภูมิภาคเอเชีย” โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593







