
หุ้นไทยเปิดลบ 2.45 จุด ยังมีแรงหนุนเงินต่างชาติ โบรกชูแบงก์-ค้าปลีก-โรงไฟฟ้าน่าสะสม
ตลาดหุ้นไทยเปิดลบเล็กน้อยตามแรงกดดันตลาดต่างประเทศ แต่ บล.พาย มอง SET ยังมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง แนะหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่ม TECH ที่เผชิญแรงขาย หันสะสมหุ้น Value Play พร้อมชู MTC-MINT เป็นหุ้นเด่นรับจังหวะลงทุน
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าปรับตัวลดลง 2.45 จุด โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620 – 1,650 จุด
- ดัชนี SET ยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง
- โบรกเกอร์แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value Play ที่น่าสะสม ได้แก่ กลุ่มธนาคาร, ค้าปลีก และโรงไฟฟ้า
วันที่ 17 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:00 น. ที่ระดับ 1,632.84 จุด ลดลง 2.45 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.23% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,633.20 - 1,628.60 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5,207.73 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 2.78% มูลค่าซื้อขาย 1,631.58 ล้านบาท
- DELTA ราคา 300.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 359.30 ล้านบาท
- PTTGC ราคา 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 181.68 ล้านบาท
- HANA ราคา 37.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.96% มูลค่าซื้อขาย 132.56 ล้านบาท
- TOP ราคา 61.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.08% มูลค่าซื้อขาย 115.01 ล้านบาท
ภาพรวมการลงทุน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (17 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 105 จุด (-0.2%) ขณะที่ S&P500 ปรับลงเช่นกันเพราะแรงขายในหุ้นโดยเฉพาะ Semi ผสานกับ GOOGL เลื่อนการเปิดตัว Model Gemini
ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ลบที่ 0.8% นักลงทุนขายทำกำไรจากที่ราคาปรับขึ้นไปแรงก่อนหน้า โดยหุ้นปรับลงแรงได้แก่ MU -5.7% GOOGL -4.4% คืนนี้รอติดตามความเชื่อมั่นจากมิชิแกน Consensus คาดไว้ที่ 51
โดยเมื่อคืนมีการประกาศยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ พบว่า ขยายตัวได้ 0.2% จากเดือนก่อน แต่ก็ตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ พร้อมกับคนขอสวัสดิการว่างงาน 2.08 แสนรายดีกว่าคาด 2.16 แสนรายถึงอย่างนั้นนักลงทุนกลับให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานหุ้นมากกว่าวานนี้ TSMC ประกาศยอดขาย +34% จากปีก่อน GPM 67.7% NPM 55.6%
แต่เหมือนยังไม่พอใจกับนักลงทุน ราคาหุ้น TSM ใน US ปิดลบ 2.3% ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน +28% ขณะที่ Semi ยังคงถูกขายต่อเนื่องเชื่อว่าแรงกดดันหลักๆ มาจากราคาหุ้นที่ร้อนแรงมากกว่าจะเป็นเพราะพื้นฐาน YTD MU +189% SNDK +477% ขณะที่ผลประกอบการยังเติบโตได้ดี ฝั่ง BondYield สหรัฐฯ ย่อตัวลง 3 วันติดต่อสะท้อนตลาดกังวลเงินเฟ้อลดลง
ยังไร้ประเด็นใหม่ๆ
ทั้งนี้ ในช่วงที่หุ้น TECH มีความไม่แน่นอนสูงพบว่า SET INDEX Outperform ได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุน ต่างชาติโดยวานนี้ซื้อสุทธิ 3.4 พันล้านบาท เชื่อมีแนวโน้มเข้าซื้อต่อเนื่องแต่อย่างไรก็ตามกับ PE 16.5xจึงเน้นใช้ปริมาณเงิน ไม่มากนัก
วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1,620 – 1,650 จุด เช้านี้พบว่าตลาดหุ้น Nikkei -2.1% มองเป็นปัจจัยกดดันเชิงจิตวิทยาต่อหุ้น SET เชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้จะมีปัจจัยหนุนจาก Flow แต่ควร คุมความเสี่ยงเช่นเดิม หุ้นแนะนำเน้นที่ ValuePlay อาทิ Bank (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) การ เงิน (MTC SAWAD) โรงพยาบาล (BCH BDMS BH) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) และหลีกเลี่ยง TECH
หุ้นแนะนำ
- MTC : MTC ให้ความสำคัญต่อคุณภาพสินเชื่อ และมองว่าการจัดเก็บหนี้ทำได้ดี โดยประเมิน Credit cost ในปี 2569 จะเกิน 260 bps (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 39 บาท)
- MINT : บริษัทมีแผนขยายโรงแรมเป็น 850 แห่งในปี 2571 และเพิ่มสัดส่วน Asset-light เป็น 51% จาก 636 แห่งในปี 2568 ที่มีสัดส่วน Asset-light 34% (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 30 บาท)







