
หุ้นไทยร่วงกว่า 17 จุด หลุด 1,600 จุด กูรูมองจังหวะสะสมหุ้นการเงิน-ค้าปลีก-ส่งออก
SET เปิดลบ 17.86 จุด หลุดแนว 1,600 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นพลังงานและบรรยากาศลงทุนที่ยังไร้ปัจจัยใหม่ ขณะที่ตลาดจับตางบไตรมาส 2 และเงินเฟ้อสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า โบรกแนะลงทุนอย่างระมัดระวัง เน้นหุ้นพื้นฐานดี
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 17 จุด จนหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,600 จุด
- นักวิเคราะห์มองว่าการปรับตัวลงของตลาดเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยเข้าสะสมหุ้น
- กลุ่มหุ้นที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พิจารณาลงทุนเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มการเงิน, ค้าปลีก และส่งออก
วันที่ 7 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:08 น. ที่ระดับ 1,599.02 จุด ลดลง 17.86 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.10% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,613.72 - 1,595.70 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 37,573.41 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- PTT ราคา 36.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.01% มูลค่าซื้อขาย 4,283.56 ล้านบาท
- GULF ราคา 62.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 4,029.18 ล้านบาท
- KTB ราคา 39.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.64% มูลค่าซื้อขาย 3,342.58 ล้านบาท
- KBANK ราคา 231.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.87% มูลค่าซื้อขาย 1,703.89 ล้านบาท
- SCB ราคา 152.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.66% มูลค่าซื้อขาย 1,438.67 ล้านบาท
รอลุ้นงบ Q2/69
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (7 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดบวก 155 จุด (+0.3%) ขณะที่ S&P500 ปิดในแดนบวกเช่นกันได้แรงหนุนจากกลุ่ม AI ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.18% หลังกลุ่ม OPEC+มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ขณะที่ช่องแคบ HORMUZ เริ่มฟื้นตัว โดยหุ้น MU +0.9% แต่ Hyperscalers อย่าง GOOGL +1.8% META +2.9%
โดยเมื่อคืนมีการประกาศ ISM PMI ภาคบริการที่ระดับ 54 แต่ก็ตาม ที่คาดหมายไว้ ขณะเดียวกันก็พบว่า US Yield ค่อยๆ ลดลงแต่กับตลาดหุ้นนักลงทุนรอติดตามผลประกอบการในไตรามาส 2/2569 ที่จะทยอยประกาศหลังจากนี้ ทำให้ตลาดหุ้นการฟื้นตัวยังจำกัดปัจจัยที่นักลงทุนจะรอดูก็คืองบลงทุนมหาศาลที่ Hyperscaler ใส่ลงไปนั้นจะกลับมาเป็นกำไรได้มากน้อยขนาดไหน
ในส่วนคืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามรอดูเพียงท่าทีการเคลื่อนไหวของตลาดสินทรัพย์ต่างๆ ขณะที่เช้านี้ Kospi -2.2% และฝั่งทองคำก็พบว่า -0.2% เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยมาที่ 33.28 บาท/ดอลลาร์ บ่งชี้ ว่าในภาพรวมเริ่มไร้ปัจจัยใหม่ๆจนกว่าจะสัปดาห์หน้าที่จะมีการเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ
เปิดกลยุทธ์การลงทุน
เงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. +2.4% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ทั้งนี้ในเดือน มิ.ย. ยังลดลงไม่มากเป็นเพราะราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดเพียงเล็กน้อยแต่เชื่อว่าจากนี้ราคาหน้าปั๊มมีโอกาสค่อยๆ ปรับลงเพราะกองทุนน้ำมันจะเริ่มผ่อนคลายภาระขาดทุน มองกลุ่ม Non Bank เป็นบวกกับปัจจัยข้างต้น
สำหรับวันนี้คาด SET Index แกว่งกรอบ 1,600 – 1,625 จุด การปรับลงของหุ้น KOSPI หนุน Flow กลับเข้า Value Stock มองไทยรับปัจจัยบวก
ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นย้ำใช้เงินทุนไม่มากนักเนื่องด้วย Valuation เน้นที่กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) ท่องเที่ยว (BA MINT) ไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ส่งออก (ITC TU) มองกลุ่มส่งออกอยู่ ในจุด Laggard Play
หุ้นแนะนำ
- TU : ปัจจัยบวกจากผลประกอบการในไตรามาส 2/2569 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจากในไตรามาส 1/2569 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7% (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 15 บาท)
- MTC : แนวโน้ม NIM ในไตรามาส 2/2569 ฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 39 บาท)







