
หุ้นไทยเปิดบวก 4.76 จุด รับแรงต่างชาติไหลเข้า ลุ้นฝ่าด่านสำคัญ 1,600 จุด
SET เปิดบวก 4.76 จุด รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกและแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ยังไม่แผ่ว โบรกมองดัชนีมีโอกาสทดสอบระดับ 1,600 จุด แต่แนะนักลงทุนระมัดระวังแรงขายทำกำไรเมื่อดัชนีปรับขึ้น พร้อมคัดหุ้นเด่นรับครึ่งปีหลัง
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวขึ้น 4.76 จุด โดยแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,600 จุด
- ได้รับปัจจัยหนุนหลักจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง
- บรรยากาศการลงทุนเป็นบวกตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปิดในแดนบวก
วันที่ 1 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:25 น. ที่ระดับ 1,596.00 จุด เพิ่มขึ้น 4.76 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.30% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,600.98 - 1,592.61 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 18,091.37 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KTB ราคา 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 1,555.32 ล้านบาท
- SCB ราคา 148.00 บาท ทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,308.10 ล้านบาท
- BBL ราคา 182.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 1,232.52 ล้านบาท
- DELTA ราคา 331.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.85% มูลค่าซื้อขาย 1,071.55 ล้านบาท
- AOT ราคา 64.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.39% มูลค่าซื้อขาย 790.24 ล้านบาท
ตลาดหุ้นต่างแดนปิดบวก
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (1 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดบวก 136 จุด (+0.26%) ขณะที่ S&P500 ก็ปิดแดนบวกเช่นกันได้แรงหนุนจากตะวันออกกลางที่คลี่คลายผสานกับ Tech ที่ยังมีผลการดำเนินงานดี ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.3% นักลงทุนรอดูการเจรจากันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯที่กรุงโดฮา เมื่อคืนกลุ่มที่ Outperform ได้แก่ Tech
ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมามีการประกาศ Job Opening พบว่า ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้พร้อมกับความเชื่อมั่นแต่ต่ำกว่าคาดการณ์ หลังจากทราบผลพบว่า US Bond Yield ปรับขึ้นเด่น ซึ่งอาจมา จากแรงงานที่ดี CME FED Watch ยังให้น้ำหนักขยับดอกเบี้ยเพียงครั้งนึงและคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง คืนนี้รอติดตามดัชนี PMI ภาคผลิต Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 53.8
นอกจากนี้จะมีการแถลงของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) นักลงทุนน่าจะจับตารอดูท่าทีเกี่ยวกับดอกเบี้ย และหลังจากนี้รอติดตามกำไรบริษัทในช่วงไตรมาส 2/2569 ที่จะทยอยรายงาน โดยเฉพาะ Hyperscalers ว่า เงินลงทุนที่ใส่ลงไปจะทำกำไรกลับมาได้มากน้อยเพียงใด หากดีกว่าตลาดคาดการณ์จะยิ่งหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ
จับตาจุดสำคัญ 1,600 จุด
นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่องวานนี้ซื้อ 5,745 ล้านบาทสะสมตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน (MTD) 6.8 พันล้านบาท และนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) 2.7 หมื่นล้านบาท ประเมินเป็นผลจากการเมืองที่มีเสถียรภาพและเม็ดเงินที่ไหลมาจากอินโดนีเซีย มองแนวโน้มยังมีโอกาสไหลเข้าต่อหากจากนี้ทิศทาง ดอกเบี้ยผ่อนคลาย
วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1,585 – 1,610 จุด ภาพรวมยังเป็นบวกเช้านี้ Kospi +0.6% Nikkei +1.3% เชิงกลยุทธ์ การลงทุนแม้บรรยากาศเป็นบวกแต่ SET ขยับมาใกล้ 1,600 จุด อาจลดสัดส่วนการลงทุนบ้าง
ส่วนหุ้นแนะนำระยะสั้นเน้นลงทุนในกลุ่ม อาทิ ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO GLOBAL) โรงพยาบาล (BCH BDMS) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL) การเงิน (MTC SAWAD) ธนาคาร (BBL KBANK KTB) และ โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) เป็นต้น
หุ้นแนะนำ
- MINT : บริษัทมีแผนขยายโรงแรมเป็น 85- แห่งในปี 2571 และเพิ่มสัดส่วน Asset – light 51% จาก 636 แห่งในปี 2568 ที่มีสัดส่วน Asset – light 34% (ราคาเป้าหมาย 30 บาท)
- BCH : คาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะขยายตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปีนี้ช่วงรอมฎอนสิ้นสุดตั้งแต่ในไตรมาส 1/2569 คาดว่าผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางเดินทางกลับมาเพื่อรักษา (ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท)







