
STARK คดีแบบกลุ่มถึงจุดชี้ขาด รอศาลอุทธรณ์ตัดสิน เปิดทางผู้เสียหายเรียกค่าเสียหาย
คดี STARK เดินหน้าสู่ช่วงสำคัญ หลังสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยอัปเดตความคืบหน้าคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ระบุอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลอุทธรณ์ ซึ่งจะเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะสามารถดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อได้หรือไม่ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น
KEY
POINTS
- คดีแบบกลุ่มของผู้เสียหายหุ้น STARK กำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญ คือรอคำตัดสินชี้ขาดจากศาลอุทธรณ์
- ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม แต่จำเลย 5 รายได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าว
- คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จะถือเป็นที่สิ้นสุด และหากอนุญาตจะเปิดทางให้ผู้ลงทุนที่เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายร่วมกันได้
แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 3 ปีนับจากวิกฤต บริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แต่กระบวนการเรียกร้องสิทธิของผู้ถือหุ้นที่ได้รับความเสียหายยังคงดำเนินต่อไป โดยความคืบหน้าล่าสุดของคดีแบบกลุ่ม (Class Action) กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังศาลชั้นต้นเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ก่อนที่จำเลยบางส่วนจะยื่นอุทธรณ์คัดค้าน
ล่าสุด สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) เปิดเผยสถานะคดีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ซึ่งจะถือเป็นคำสั่งที่สุดในประเด็นการดำเนินคดีแบบกลุ่ม และเป็นจุดชี้ขาดทิศทางของคดีในลำดับถัดไป
โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้ออกคำประกาศ ครั้งที่ 1/2569 แจ้งความคืบหน้าของการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) สำหรับผู้เสียหายกลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นสามัญ STARK (ประกาศฉบับที่ 8 นับจากการมีประกาศในเรื่องนี้) โดยเนื้อหาระบุรายละเอียดดังนี้
สืบเนื่องจากการที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน ผู้เสียหายกลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นสามัญตามกระบวนการยุติธรรมให้บังเกิดผลจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกรณี บริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจึงขอแจ้งความคืบหน้า ดังนี้
ความคืบหน้าในการดำเนินการ
- เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 กลุ่มตัวแทนโจทก์ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญได้ยื่นฟ้องคดีต่อบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรรมการและผู้บริหาร รวม 10 ราย เป็นจำเลย ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567
- ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2567 ได้มีการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มของตัวแทนโจทก์ผู้เสียหาย
- วันที่ 18 ธันวาคม 2567 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม โดยกำหนดนิยามสมาชิกกลุ่ม คือ “กลุ่มบุคคลที่ซื้อหรือขายหุ้นของบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2566”
- ระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม 2568 จำเลยในคดีจำนวน 5 ราย ได้แก่ นายชนินทร์ เย็นสุดใจ (จำเลยที่ 5), นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ (จำเลยที่ 7), นายชินวัฒน์ อัศวโภคี (จำเลยที่ 8),นายประกรณ์ เมฆจำเริญ (จำเลยที่ 9) และนายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม (จำเลยที่ 10) ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อศาลอุทธรณ์
- กลุ่มตัวแทนโจทก์ผู้เสียหายได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการอีกสักระยะหนึ่ง
ทั้งนี้ ในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปอยู่ระหว่างการรอศาลอุทธรณ์พิจารณาว่าจะอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่ ซึ่งหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเป็นอย่างไรจะถือว่าเป็นที่สุด จากนั้น คดีจะเข้าสู่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นต่อไป
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย จึงออกประกาศฉบับนี้มาให้ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK เพื่อแจ้งความคืบหน้าตามข้อมูลข้างต้น
อย่างไรก็ตาม สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ยังทำหน้าที่ช่วยกระจายข่าวสารไปยังกลุ่มผู้เสียหายตามคำร้องขอของโจทก์ตัวแทนผู้เสียหายเมื่อมีความคืบหน้าของคดีเป็น “คำประกาศ” ไปแล้ว จำนวน 7 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1/2567 ลว. 19 กันยายน 2567 ฉบับที่ 2/2567 ลว. 12 พฤศจิกายน 2567 ฉบับที่ 3/2567 ลว. 18 ธันวาคม 2567 ฉบับที่ 1/2568 ลว. 28 กุมภาพันธ์ 2568 ฉบับที่ 2/2568 ลว. 20 มีนาคม 2568 ฉบับที่ 3/2568 ลว. 15 พฤษภาคม 2568 และฉบับที่ 4/2568 ลว. 28 ตุลาคม 2568
นอกจากนี้ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ยังมีการแจ้งข้อมูล ผ่านช่องทางการสื่อสาร คือ
- ระบบออนไลน์ ตามอีเมล์ของผู้เสียหายแต่ละบุคคล ที่ลงทะเบียนไว้กับสมาคมฯ
- ระบบออนไลน์ในหน้าเว็บไซต์ของสมาคมฯ (ชื่อเมนู Class Action) ตลอดจนได้รับความอนุเคราะห์ จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน และสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับทราบข้อมูล ตระหนักแห่งสิทธิของตนอย่างทั่วถึง
หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอย่างไร สมาคมฯ จะแจ้งให้ทุกท่านทราบต่อไป







