thansettakij
thansettakij
เปิดโผหุ้นได้-เสียประโยชน์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดรบ PTTEP-TOP รับแรงกดดันหนัก

เปิดโผหุ้นได้-เสียประโยชน์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดรบ PTTEP-TOP รับแรงกดดันหนัก

15 มิ.ย. 69 | 05:26 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 05:28 น.

แรงขายกดหุ้นพลังงานและโรงกลั่น หลังความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงจากอุปทานขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ พร้อมจับตาหุ้นเด่นรับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง

KEY

POINTS

  • การบรรลุข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง กดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นอย่างหนัก
  • กลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และกลุ่มโรงกลั่น (TOP, BCP, IRPC) เป็นผู้เสียประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ลดลงและมีความเสี่ยงขาดทุนจากสต็อก
  • กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ถูกลง ได้แก่ โรงพยาบาล, การท่องเที่ยว (สนามบิน, โรงแรม, สายการบิน), ขนส่ง, ค้าปลีก และปิโตรเคมี

จากกรณีที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน โดยทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติ ปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย รวมทั้งการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม

ส่งผลกดดันต่อกลุ่นหุ้นพลังงานเปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (15 มิ.ย.69) ยืนแดนลบกันถ้วนหน้า

  • PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ราคาซื้อขายภาคเช้า (ณ เวลา 11.56 น. ) อยู่ที่ 35.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 2,218.22 ล้านบาท
  • PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ราคา 31.75 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 6.62% มูลค่าซื้อขาย 804.62 ล้านบาท
  • PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ราคา 137.50 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 3.51% มูลค่าซื้อขาย 1,869.59 ล้านบาท
  • BCP หรือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ราคา 32.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 154.40 ล้านบาท
  • TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ราคา 43.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 2.25% มูลค่าซื้อขาย 486.57 ล้านบาท
  • IRPC หรือ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ราคา 1.76 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ 1.68% มูลค่าซื้อขาย 114.03 ล้านบาท
  • SPRC หรือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ราคา 6.95 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 234.73 ล้านบาท

เปิดโผหุ้นได้ - เสียประโยชน์

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดมุมมองว่า จากประเด็นที่ทางสหรัฐฯและอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงครามนั้น เป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทยผ่าน 1. ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง 2. ต้นทุนการขนส่งและค่าระวางเรือลดลง 3. ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว (รวมถึง Medical tourism) ฟื้นตัว

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์

  1. กลุ่มโรงพยาบาลพรีเมียม หุ้นเด่นเป็น BH, PR9
  2. กลุ่มสนามบินและโรงแรม หุ้นเด่นเป็น AOT, MINT, CENTEL รองลงมาเป็น ERW
  3. กลุ่มสายการบิน หุ้นเด่นเป็น AAV, BA, THAI 3. กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ หุ้นเด่น BEM, BTS, SJWD ฯลฯ
  4. กลุ่มค้าปลีก หุ้นเด่น CPALL, CPAXT, CRC, CPN ฯลฯ
  5. กลุ่มปิโตรเคมี ระยะสั้นได้อานิสงค์จากต้นทุนวัตถุดิบลดลง โดยเฉพาะนาฟทา หุ้นเด่น PTTGC, SCC

กลุ่มอุตสาหกรรมที่เสียประโยชน์

  1. กลุ่มพลังงานต้นน้ำ คือ PTTEP, PTT
  2. กลุ่มโรงกลั่น ค่าการกลั่นมีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันและพรีเมียมน้ำมันดิบที่ลดลง และมีแนวโน้มจะขาดทุนสต๊อกในไตรมาส 2/2569 ทั้ง BCP, IRPC, SPRC, TOP