
หุ้นไทยรีบาวด์ 8 จุด ดัชนียืนเหนือ 1,600 จุด รับข่าวดีสหรัฐฯ-อิหร่านคลี่คลาย
ตลาดหุ้นไทยเปิดบวกกว่า 8 จุด ยืนเหนือระดับ 1,601.04 จุด หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันราคาน้ำมันดิบร่วง หนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า และการเงิน ขณะที่ บล.พาย มองเงินทุนต่างชาติยังมีโอกาสไหลเข้าต่อ พร้อมแนะนำ BA-MINT เป็นหุ้นเด่นรับอานิสงส์ต้นทุนพลังงานลดลง
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 8 จุด กลับมายืนเหนือระดับ 1,600 จุด
- ได้รับปัจจัยบวกจากข่าวสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คลี่คลายลง ซึ่งเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่ม Anti-Oil เช่น การบิน การท่องเที่ยว และกลุ่มโรงไฟฟ้า
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (15 มิ.ย. 69) ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:18 น. ที่ระดับ 1,601.04 จุด เพิ่มขึ้น 8.63 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.54% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,609.71 - 1,599.27 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 34,025.03 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.17% มูลค่าซื้อขาย 1,831.50 ล้านบาท
- DELTA ราคา 367.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.10% มูลค่าซื้อขาย 1,579.40 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 363.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 0.82% มูลค่าซื้อขาย 1,393.69 ล้านบาท
- TRUE ราคา 13.90 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 1,323.09 ล้านบาท
- PTT ราคา 35.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 1,227.46 ล้านบาท
เปิดฮอร์มุซ กดดันราคาน้ำมันดิบ
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (15 มิ.ย.69) ว่า เช้านี้มีรายงานว่าทางสหรัฐฯ กับอิหร่านยุติสงครามพร้อมเตรียมเปิดช่องแคบ HORMUZ หนุน KOSPI +5.7% Nikkei +3.5% ทองคำ +2% เงินบาทแข็งค่ามาที่ 32.56 บาท/ดอลลาร์
ทั้งนี้ ทางฝ่ายมองว่ากลุ่ม Anti Oil ยัง Laggard มีความน่าสนใจ (BH MINT AAV BA) แต่อย่างไรก็ตาม อาจระมัดระวังความเสี่ยงจาก Valuation ที่เริ่มสูง สัปดาห์นี้รอติดตามประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คาดมีโอกาสส่งสัญญาณผ่อนคลาย หนุนหุ้นเดินหน้าต่อ
โดย DJIA คืนวันศุกร์ปิดบวก 353 จุด (+0.7%) ท่ามกลางความคาด หวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ด้านราคาน้ำมัน ดิบ BRT ปิดลบ 3.4% การเจรจาระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐฯ อาจทำให้อุปทานอาจเพิ่มขึ้น โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นในหลาย Sector สอดคล้องกับทองคำที่ปรับขึ้น ผลจาก US Bond Yield เริ่มลง
วันศุกร์มีการประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีกว่าตลาดประเมินและเพิ่มขึ้นจากรอบก่อนหน้า ปัจจัยหนุนมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามเทียบกับปีก่อนพบว่ายังลดลง เพราะยังกังวลกับภาวะเงินเฟ้อ อื่นๆ มีการรายงานจากรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน บน Platform X ว่าการตกลงกับสหรัฐฯ ไม่เคยใกล้ผลสำเร็จเท่านี้มาก่อน
ซึ่งเช้านี้มีรายงานว่าทางสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ตกลงเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกดดันราคาน้ำมันดิบเช้านี้ -4% DJIA +0.6% และ KOSPI +4.9% ทองคำ +1.8% เงินบาทแข็งค่าทดสอบ 32.63 บาท/ดอลลาร์ มองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่ม TECH , Anti Oil , Tour คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามรอดูการตอบรับของ DJIA
ภาพใหญ่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ แต่ TH Bond Yield เริ่มลดลงตาม US Bond Yield มองเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น เงินบาทก็เริ่มแข็ง ค่าลงมาทดสอบ 32.79 บาท/ดอลลาร์ พร้อมกับต่างชาติซื้อสุทธิ 4.4 พันล้านบาทเชื่อว่ามีแนวโน้มจะเข้าซื้อต่อจากการคลายกังวลสงคราม มองบวกกับหุ้นโรงไฟฟ้า การเงิน ค้าปลีก
วันนี้คาด SET ปรับขึ้นในกรอบ 1,590 - 1,630 จุด รับปัจจัยหนุนจากเจรจาระ หว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้มีปัจจัยหนุนแต่ อาจระมัดระวังความเสี่ยงไว้บ้างจาก Valuation หุ้นแนะนำเน้นกลุ่ม Anti Oil อย่า
- สายการบิน (AAV BA)
- โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF)
- การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR)
- ศูนย์การค้า (CPN)
- ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB)
หุ้นแนะนำ
- BA : ยอดจองตั๋วล่วงหน้ารวมจนถึงเดือน ก.ย ยังเห็นการเติบโตได้ 1% จากปีก่อน แม้จะมีปัญหาความสงบในตะวันออกกลาง (ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท)
- MINT : ประมาณการกำไรปกติใน 2026 คาดยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง +11% จากปีก่อน คาดที่ 10.9 พันล้านบาท (ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท)





