thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยบวกแรง 15 จุด ยืน 1,587 จุด DELTA-AOT นำตลาด โบรกชี้จบรอบปรับฐาน

หุ้นไทยบวกแรง 15 จุด ยืน 1,587 จุด DELTA-AOT นำตลาด โบรกชี้จบรอบปรับฐาน

12 มิ.ย. 69 | 03:45 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 03:55 น.

SET เปิดบวกเกือบ 1% แตะระดับ 1,587 จุด รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านส่งสัญญาณบรรลุข้อตกลง หนุนราคาน้ำมันดิ่งและ Bond Yield อ่อนตัว โบรกมองแรงกดดันตลาดเริ่มคลี่คลาย เงินบาทแข็งค่าช่วยเพิ่มโอกาส Fund Flow ต่างชาติกลับเข้าไทย

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 15 จุด ยืนเหนือระดับ 1,587 จุด โดยมีหุ้น DELTA และ AOT เป็นแกนนำตลาด
  • นักวิเคราะห์จาก บล. พาย ชี้ว่าตลาดหุ้นน่าจะสิ้นสุดรอบการปรับฐานแล้ว หลังจากพบฐานที่มั่นคง
  • ปัจจัยบวกมาจากสถานการณ์ต่างประเทศที่ผ่อนคลายลง โดยเฉพาะข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลดลง
  • ค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า เป็นอีกปัจจัยที่อาจช่วยหนุนกระแสเงินทุนจากต่างชาติให้ไหลกลับเข้ามาในตลาด

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (12 มิ.ย. 69) ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:32 น. ที่ระดับ 1,587.55 จุด เพิ่มขึ้น 15.23 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.98% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,591.93 - 1,582.86 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 18,074.90 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 365.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท หรือ 1.96% มูลค่าซื้อขาย 2,596.54 ล้านบาท
  • AOT ราคา 58.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 4.04% มูลค่าซื้อขาย 1,178.31 ล้านบาท
  • PTT ราคา 36.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 1,011.17 ล้านบาท
  • GULF ราคา 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 1.99% มูลค่าซื้อขาย 901.23 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 200.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.27% มูลค่าซื้อขาย 729.43 ล้านบาท

จบรอบปรับฐาน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การปรับฐานรับแรงกดดันอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ (Bond Yield) น่าจะจบแล้วเชื่อตลาดหาฐานเจอ เน้นกลับมาหาโอกาสลงทุน

โดยเฉพาะกลุ่ม Anti Oil เมื่อคืนทรัมป์ระบุบรรลุข้อตกลงกับทางอิหร่าน แล้วและเตรียมจะลงนามในเร็วๆ นี้ กดดันน้ำมันดิบปรับลงแรงพร้อมกับ Bond Yield ลดลง สัปดาห์หน้ารอติดตามประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หากส่งสัญญาณ Dovish (มุมมองหรือนโยบายการเงินแบบผ่อนปรน) ตลาดหุ้นมีโอกาสไปต่อ

DJIA เมื่อคืนปิดบวก 930 จุด (+1.86%) หลังจากทรัมป์ ระบุ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.9% นักลงทุนคลายกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยหุ้น Semiconductor กลับมาฟื้นแข็งแกร่งอีกครั้ง AMD +8% หุ้น SNDK +14.5% MU +11.6% 

บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากทรัมป์ ระบุว่า ได้ยกเลิกการโจมตีอิหร่าน โดยเผยการหารือและรายละเอียดขั้น สุดท้ายได้รับการเห็นชอบแล้วทั้งในหลักการและรายละเอียดสำคัญแต่การปิดล้อมทางทะเลยังคงมีผลจนกว่าข้อตกลงจะเสร็จสมบูรณ์ ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่องและขณะเดียวกันกดดันให้ US Bond Yield ซึมลง

วางกรอบดัชนี 1,565 - 1,590 จุด

แม้วานนี้จะมีการประกาศดัชนี ราคาผู้ผลิตที่มากกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม ดังนั้นรวมๆ แล้วมองว่าตลาดหุ้นอาจหาฐานเจอแล้วและจากนี้รอติดตามประชุม FED ในสัปดาห์หน้า ส่วนคืนนี้รอติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกน Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 46.1 ล่าสุด CME FED Watch ให้น้ำหนัก 43% ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. 26

ภาพใหญ่ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ แต่เงินบาทเช้านี้กลับมาแข็งค่าในระดับ 32.78 บาท / ดอลลาร์ จากก่อนหน้าที่ 32.95 บาท / ดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติที่ ก่อนหน้าขายสุทธิต่อเนื่อง

โดยวันนี้ประเมินดัชนี SET Index เคลื่อนไหวกรอบ 1,565 - 1,590 จุด น่าจะได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Tech (DELTA HANA) โดยเช้านี้ Kospi (+7.8%) พร้อมระมัดระวังหุ้นพลังงาน เช้านี้น้ำมันดิบ BRT-1.4% เชิงกลยุทธ์การลงทุนเก็งกำไรในหุ้น กลุ่ม Anti Oil อาทิ สายการบิน (AAV BA THAI) โรงแรม ERW CENTEL MINT ค้าปลีก (CPALL CPN) การเงิน (SAWAD MTC TIDLOR) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF)

หุ้นแนะนำ

  • BA : ยอดจองตั๋วล่วงหน้ารวมจนถึงเดือน ก.ย ยังเห็นการเติบโตได้ 1%YoY แม้จะมีปัญหาความสงบในตะวันออกกลาง (ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท )
  • SAWAD : ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อคุณภาพสินเชื่อ บริษัทยังสามารถควบคุมหนี้เสียได้ (ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท)