thansettakij
thansettakij
"พรอนงค์" ลุยแก้โจทย์ IPO หด ดันเกณฑ์ใหม่-ปั้น TISA ดึงเงินออมเข้าตลาดทุนอย่างยั่งยืน

"พรอนงค์" ลุยแก้โจทย์ IPO หด ดันเกณฑ์ใหม่-ปั้น TISA ดึงเงินออมเข้าตลาดทุนอย่างยั่งยืน

26 พ.ค. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 07:40 น.

IPO ไทยซบเซา ก.ล.ต. เร่งแก้เกมทั้งระบบ เตรียมปรับเกณฑ์เข้าตลาดหุ้น-ยกระดับ TISA หวังเพิ่มสภาพคล่องและฟื้นความเชื่อมั่น ดึงเม็ดเงินลงทุนระยะยาวกลับสู่ตลาดทุนไทย

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. ร่วมมือกับ ตลท. เร่งปรับปรุงเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ใหม่เพื่อแก้ปัญหาจำนวน IPO ลดลง โดยจะเน้นกระบวนการที่รวดเร็วขึ้นแต่ยังคงมาตรฐานคุณภาพของบริษัท คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาสที่ 3
  • แนวทางการพิจารณา IPO จะเปลี่ยนจากการใช้ดุลยพินิจเชิงเทคนิคไปสู่การให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
  • ก.ล.ต. มุ่งปรับปรุงโครงสร้าง TISA เพื่อสร้างระบบนิเวศการออมระยะยาวที่ยั่งยืน โดยเน้นความยืดหยุ่นและจูงใจนักลงทุนรายใหม่ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดมุมมองต่อประเด็นจำนวนหุ้นที่เข้าเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ลดลงว่า ยอมรับว่าปัจจุบันจำนวนหุ้น IPO มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ก.ล.ต. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เร่งดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย โดยขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงเกณฑ์การรับหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แนวทางการดำเนินงานของ ก.ล.ต. มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาให้มีความรวดเร็วและกระชับมากขึ้น โดยยืนยันว่าจะไม่มีการลดมาตรฐานคุณภาพของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน แต่จะปรับปรุงในเชิงกระบวนการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

การปรับปรุงโครงสร้าง IPO ในครั้งนี้ ก.ล.ต. มีแนวทางชัดเจนในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพิจารณาจากการใช้ดุลยพินิจในเชิงเทคนิค ไปสู่การให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

โดยในขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และคาดว่าจะสามารถสื่อสารรายละเอียดความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ หรือประมาณเดือนกรกฎาคม โดยความชัดเจนดังกล่าวจะรวมถึงผลการดำเนินงานของคณะทำงานเฉพาะกิจที่ดูแลเรื่องความมีประสิทธิภาพของมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ IPO และเกณฑ์การกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์

ในส่วนของการสร้างความต้องการซื้อ หรือ ฝั่งดีมานด์นั้น ก.ล.ต. มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้าง TISA โดยเป้าหมายหลักคือการปรับปรุงระบบนิเวศของการออมระยะยาวให้มีความยั่งยืน การปรับปรุงครั้งนี้จะไม่เน้นเพียงแค่เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีอยู่เดิม แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างความต่อเนื่องและความยืดหยุ่น เพื่อจูงใจให้ผู้ที่ยังไม่เคยเข้าสู่ระบบการออมระยะยาวสามารถเริ่มต้นออมผ่านการบริหารจัดการโดยมืออาชีพได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทิศทางดังกล่าวเป็นนโยบายที่ ก.ล.ต. มีความเห็นสอดคล้องกับกระทรวงการคลังและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องการเห็นเม็ดเงินการลงทุนระยะยาวที่มีคุณภาพไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับประเด็นรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเพดานการลงทุนหรือสิทธิประโยชน์ในรูปแบบเดิมนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการพิจารณาหาจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทของประเทศไทย โดยจะยังไม่ให้ความเห็นในประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพื่อป้องกันความสับสน

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ยืนยันว่าการขับเคลื่อนทั้งในฝั่งซัพพลาย ผ่านการสนับสนุนบริษัทที่มีคุณภาพและการพัฒนาสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ (Asset Class) รวมถึงฝั่งดีมานด์ผ่านกองทุนประเภทต่างๆ จะดำเนินไปภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนสำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม