thansettakij
thansettakij
หุ้น CRC บวก 2% รับดีล JD Sports รุกพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ โบรกมองกำไรปี 69 ยังแกร่ง

หุ้น CRC บวก 2% รับดีล JD Sports รุกพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ โบรกมองกำไรปี 69 ยังแกร่ง

07 พ.ค. 69 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 09:45 น.

หุ้น CRC ส่งท้ายก่อนปิดตลาด บวก 2.14% รับข่าวรุกธุรกิจสปอร์ตผ่านดีล JD Sports ขณะที่โบรกประเมินกำไรไตรมาส 1/69 ดีกว่าคาด พร้อมเห็นสัญญาณฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมตั้งแต่ไตรมาส 2 หนุนมุมมองเชิงบวกต่อราคาหุ้นระยะถัดไป

KEY

POINTS

  • หุ้น CRC ปรับตัวขึ้นกว่า 2% หลังบริษัทลูกเข้าถือหุ้น 40% ใน JD Sports Thailand เพื่อรุกตลาดพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์
  • การลงทุนครั้งนี้จะทำให้ CRC รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports ที่มียอดขายกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี และมีแผนขยายสาขาเพิ่มเป็น 30 แห่งใน 5 ปี
  • โบรกเกอร์มองแนวโน้มกำไรปี 2569 ยังแข็งแกร่งและยอดขายเริ่มฟื้นตัว จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 23.20-24.00 บาท

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC วันนี้ (7 พ.ค.69) ณ เวลา 16.30 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 19.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.14% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันราคาหุ้นแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 19.60-18.80 บาท มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 383.71 บาท

โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาในวันนี้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากหลังที่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด (CRC Sports) ในเครือบมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ผ่านการเข้าถือหุ้นใน บริษัท เจดี สปอร์ตส์ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (JD Sports Thailand) ร้านค้าปลีกสปอร์ตแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

โดยการเข้าลงทุนใน JD Sports Thailand ในสัดส่วน 40% ครั้งนี้ส่งผลให้ CRC Sports ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากผลประกอบการ ซึ่งปัจจุบัน JD Sports Thailand สามารถสร้างยอดขายได้อย่างโดดเด่นมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี และตั้งเป้าเติบโตกว่าเท่าตัวในอนาคต พร้อมวางแผนขยายสาขาเพิ่มเติมให้ครบ 30 แห่ง ภายใน 5 ปี

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง เผยว่า คาดกำไรหลัก CRC ในไตรมาส 1/2569 ที่ 2.45 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน และลดลง 19% จากไตรมาสก่อน แต่ดีกว่าที่เคยคาด จากยอดขายต่อสาขา (SSS) ที่อ่อนตัวน้อยกว่าคาด (-2% จากปีก่อน ซึ่งเดิมคาด -3-4%)

ขณะที่ต้นทุนโลจิสติกส์ยังไม่กดดันในไตรมาสนี้ รายได้อยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท (-4% จากปีก่อน) จาก SSS ที่ลดลงและไม่มีรายได้จาก Rinascente หลังขายออกไป แต่มาร์จิ้นยังดีขึ้นเล็กน้อย โดย core margin อยู่ที่ 4.0% (+20bps จากปีก่อน) และดอกเบี้ยจ่ายลดลง ~30% จากปีก่อน ช่วยพยุงกำไร

แนวโน้มไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของ SSS โดยช่วง 1–26 เม.ย. อยู่ที่ +2–3% (ดีขึ้นจากมี.ค. +2%) หนุนโดยกลุ่มอาหาร (+7–9%) และ Hardline (+5%) ขณะที่ Fashion ติดลบน้อยลง (-2–3%) แม้ต้นทุน logistics มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ~1% ของรายได้ แต่สามารถชดเชยได้บางส่วนผ่านการบริหารโปรโมชันและการส่งผ่านต้นทุน รวมถึง operating leverage ที่ดีขึ้น

สำหรับทั้งปี 2569 คาดกำไรหลัก 7.84 พันล้านบาท (-3% จากปีก่อน) แต่ยังมี upside หากควบคุม SG&A ได้ดีกว่าคาด โดยทุก 10bps ที่ SG&A/ยอดขายต่ำกว่าสมมติฐาน จะเพิ่มกำไร ~2.4%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน CRC ซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง ~14 เท่า (-38% จากค่าเฉลี่ย 3 ปี) และราคาหุ้นปรับลงมากกว่าปันผลหลัง XD มองเป็นจังหวะสะสม คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท

ขณะที่ บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/2569 ที่ 2.4 พันล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล แต่ทรงตัวได้เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน หนุนจากยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ลดลงเพียง 2.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน, GPM +29bps, ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และการไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนของธุรกิจอิตาลีในช่วง Low Season

แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่อิง SSSG เดือนเม.ย.ที่พลิกกลับมาเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และลดผลขาดทุนจากเวียดนาม จะช่วยประคองกำไรให้กลับมาทรงตัวเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ทั้งนี้ ทางฝ่ายมีมุมมองเป็นบวกจากแนวโน้ม SSSG ที่ฟื้นตัวดีหลังผ่านฐานสูง คาด SSSG จะเริ่มกลับมาเติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากฐานต่ำตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 

หากจบไตรมาส 1/2569 ใกล้เคียงคาด จะคิดเป็น 30% ของกำไรสำหรับปี 2569 ที่ 8.0 พันล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน การฟื้นตัวเล็กน้อยของยอดขาย และการจำหน่ายธุรกิจในเวียดนามที่ขาดทุน คาดชดเชยให้กำไรทรงตัวแม้มีผลกระทบการขายธุรกิจในอิตาลีเต็มปีคงคำแนะนำซื้อ อิงราคาเหมาะสมที่ 24.00 บาท