
DITTO–TEAMG เดินหน้าเฟส 2 ‘พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า’ ใช้เทคนิค Water Mist–Digital Twin ดันรายได้โตยาว
DITTO–TEAMG เร่งก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเฟส 2 มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ภายใต้ความท้าทายจากการใช้ไม้ของกลางมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมนำเทคนิคซ้อนไม้ ระบบ Water Mist และ Digital Twin รองรับทั้งโครงสร้าง ความปลอดภัย และการซ่อมบำรุงระยะยาว
KEY
POINTS
- DITTO และ TEAMG เดินหน้าโครงการ "พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า" ระยะที่ 2 มูลค่า 2,044 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ระยะยาวให้กับทั้งสองบริษัท โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2569
- โครงการมีการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงมาใช้ โดย TEAMG ออกแบบระบบดับเพลิงแบบละอองน้ำ (Water Mist) เพื่อป้องกันความเสียหายต่อไม้มีค่าซึ่งเป็นโครงสร้างหลัก
- DITTO ใช้เทคโนโลยี Digital Twin สร้างแบบจำลอง 3 มิติของโครงสร้างและระบบต่างๆ เพื่อช่วยในการตรวจสอบและวางแผนบำรุงรักษาในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างจริง
โครงการก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินฯ” กำลังเดินหน้าเข้าสู่ระยะที่ 2 ท่ามกลางความท้าทายด้านวิศวกรรมและการอนุรักษ์ทรัพยากรไม้ โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ไม้ของกลางมูลค่าสูงมาพัฒนาเป็นโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรมระดับประเทศ โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่พระราชทานกว่า 79 ไร่ ในเขตวังทองหลาง
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการ พร้อมตรวจสอบรายละเอียดการดำเนินงาน ตั้งแต่โครงสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ว่า ปัจจุบันการก่อสร้างระยะที่ 1 วงเงิน 1,044 ล้านบาทอยู่ระหว่างดำเนินงานควบคู่กับการออกแบบภูมิทัศน์ และการตกแต่งภายในคาดว่าจะให้ประชาชนเข้าชมได้ในปี พ.ศ.2571
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในส่วนของ DITTO โดยบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG รับผิดชอบดำเนินการโครงการในระยะที่ 2 โดยได้ดำเนินการไปพร้อมๆกับโครงการระยะ1โดยในระยะที่ 2 มูลค่า 2,044 ล้านบาท DITTO และบริษัทย่อย มีสัดส่วนในโครงการข้างต้นรวม 49.50%แบ่งเป็นงานของบริษัทในเครือ DITTO ราว 1,000 ล้านบาท และ TEAMG ราว 500 ล้านบาท คาดว่าการรับรู้รายได้เริ่มมีความชัดเจนตั้งแต่ปี 2569 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2570
โครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าจึงเป็นทั้งโครงการด้านวิศวกรรมและการอนุรักษ์ทรัพยากร ที่ผสานเทคโนโลยีอย่าง Water Mist และ Digital Twin เข้ากับงานศิลป์ เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในระยะยาว พร้อมเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของ DITTO และ TEAMG ในอนาคต
ด้านนายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันการดำเนินงานของกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO และ TEAMG ได้เข้าสู่ระยะที่ 2 อย่างเต็มรูปแบบ
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรป่าไม้และศิลปวัฒนธรรมไทย โดยพื้นที่ภายนอกจะเปิดให้เป็นลักษณะคล้ายสวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมีเป้าหมายให้เป็น “ปอดของเมือง” สำหรับคนในกรุงเทพฯ ขณะที่พื้นที่ภายในเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ แต่จะมีการจองล่วงหน้า และคาดว่าจะใช้รองรับแขกบ้านแขกเมืองควบคู่ไปด้วย
สำหรับความท้าทายหลักของโครงการอยู่ที่การดูแล “ไม้มีค่าของกลาง” มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ ไม้พะยูง ไม้สัก และไม้ชิงชัน ซึ่งไม้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในรูปไม้ซุง แต่เป็นไม้ชิ้นเล็ก ขนาดเพียงหนึ่งถึงสองนิ้ว ทำให้การนำมาใช้ในโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น วงกบสูง 10 เมตร ไม่สามารถใช้การต่อกาวเพียงอย่างเดียวได้
การก่อสร้างจึงต้องใช้โครงเหล็กเป็นแกนหลัก และใช้ไม้หุ้มเพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้าง ขณะเดียวกัน งานวิจิตรภายใน เช่น งานดาวฝ้า ซึ่งปกติใช้ไม้แผ่นใหญ่แกะสลัก เมื่อเปลี่ยนมาใช้ไม้ชิ้นเล็ก หากนำมารวมแล้วแกะสลักจะมีความเสี่ยงแตกร้าวจากสภาพอากาศ จึงใช้เทคนิค “ซ้อนไม้” โดยความร่วมมือจากช่างสิบหมู่ ซึ่งประกอบไม้ชิ้นเล็กในลักษณะคล้ายเลโก้ เพื่อให้โครงสร้างสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ และยังสามารถถอดเปลี่ยนเป็นส่วนๆ ได้ในอนาคต รองรับการซ่อมบำรุงโดยไม่ต้องปิดพื้นที่เหมือนงานสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม
ด้านวิศวกรรม TEAMG ได้ออกแบบระบบเฉพาะทางที่มีมาตรฐานสูงกว่าระบบอาคารทั่วไป โดยเฉพาะระบบดับเพลิงแบบ Water Mist ซึ่งใช้ละอองหมอกความละเอียดสูงในการระงับอัคคีภัย เพื่อลดความเสียหายต่อเนื้อไม้ รวมถึงระบบควบคุมความชื้นสัมพัทธ์แบบแม่นยำ และการติดตั้งระบบแบบคู่ขนานที่ต้องทำงานร่วมกับงานศิลป์อย่างระมัดระวัง ระบบทั้งหมดถูกติดตั้งไว้เหนือฝ้าเพดาน ซึ่งมีความซับซ้อนสูงและต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน เพื่อป้องกันการรั่วซึม เนื่องจากการเข้าซ่อมในอนาคตทำได้ยากและอาจกระทบโครงสร้างไม้
นอกจากนี้ การติดตั้งระบบแบบคู่ขนาน โดยวิศวกรต้องทำงานร่วมกับช่างสถาปัตยกรรมไทยและศิลปินแห่งชาติ เพื่อวางระบบแสง สี เสียง และสื่อดิจิทัลไปพร้อมกับงานไม้แกะสลัก
นายชวลิต ย้ำว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากงานในโครงการนี้เป็นงานประณีตทุกขั้นตอน โดยเฉพาะระบบต่างๆ อาทิ ระบบทำความเย็น ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เนื่องจากอาคารแห่งนี้ไม่ใช่อาคารทั่วไป แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีโครงสร้างเป็นไม้ การรักษาระดับความชื้นและความเย็นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน
นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงระบบระบายอากาศที่ต้องรองรับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างได้มาตรฐาน รวมถึงระบบความปลอดภัย ทั้งช่องทางเข้า-ออก ที่ต้องได้จำนวนและมาตรฐานที่กำหนด และเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น กรณีเพลิงไหม้
ขณะเดียวกัน DITTO ได้นำเทคโนโลยี Digital Twin มาพัฒนาเป็นแผนที่สามมิติของโครงสร้างใต้ฝ้าเพดาน โดยมีการสแกนและบันทึกข้อมูลหลังการก่อสร้างเสร็จ ทำให้สามารถตรวจสอบผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น iPad เพื่อเห็นตำแหน่งระบบทั้งหมด และวางแผนการซ่อมบำรุงได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างจริง
แม้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าประมาณ 33% โดยในช่วงปี 2569–2570 จะเป็นระยะที่มีความเข้มข้นของงานตกแต่งภายในและระบบอัจฉริยะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การรับรู้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของงาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2571
สำหรับปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายการได้งานใหม่ไว้ที่ประมาณ 2,800 ล้านบาท และมีโอกาสขยับขึ้นแตะ 3,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดอยู่ราว 2,000 ล้านบาท โครงสร้างรายได้ที่รับงานใหม่มากกว่ารายได้ที่รับรู้ จะช่วยผลักดันมูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดยยังคงเน้นงานที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความประณีตสูง เช่น โครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า และโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่บริเวณคลองหกในระยะที่ 2 ซึ่งดำเนินงานร่วมกับบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด บริษัทย่อยของ DITTO
อีกด้านหนึ่ง บริษัทมีงานออกแบบขยายสนามบินต่อเนื่อง โดยสนามบินเชียงใหม่ออกแบบแล้วเสร็จ สนามบินภูเก็ตมีความคืบหน้าเกินครึ่ง และสนามบินเชียงรายอยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการ
ส่วนแนวทางบริหารต้นทุนและการเข้าประมูลงานใหม่ บริษัทปรับกลยุทธ์ภายใต้ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ความแข็งแกร่งทางการเงินของโครงการเป็นเครื่องมือในการเจรจากับผู้จัดหาวัสดุ เพื่อลดต้นทุนและรักษาอัตรากำไร ควบคู่กับการเลือกจังหวะเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐอย่างเหมาะสม รวมถึงชะลอการเข้าประมูลบางโครงการ เพื่อรอการปรับค่าดัชนีราคากลางให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง นายชวลิต กล่าว







