thansettakij
thansettakij
SIRI เดินเกมเรียลดีมานด์ ปั้มพอร์ตพรีเมียม ดันเสถียรภาพกำไรปี 69

SIRI เดินเกมเรียลดีมานด์ ปั้มพอร์ตพรีเมียม ดันเสถียรภาพกำไรปี 69

20 ก.พ. 2569 | 07:02 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 2569 | 07:02 น.

SIRI มาแรง โบรกเชียร์ คาดปิดปี 68 กำไรสูงสุด อันดับ 1 กลุ่มอสังหาฯ มองปี 69 สัญญาณเรียลดีมานด์หนุนโตต่อเนื่อง ตั้งเป้ากำไรเติบโต 10%

KEY

POINTS

  • แสนสิริปรับกลยุทธ์ปี 2569 มุ่งเน้นตลาดเรียลดีมานด์ โดยปรับพอร์ตโฟลิโอให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและปานกลางถึง 80%
  • เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 48,000 ล้านบาท และยอดโอน 39,000 ล้านบาท
  • ตั้งเป้าสร้างการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนที่ 10% พร้อมเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินด้วยการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ แต่สำหรับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI การเดินเกมรุกด้วยกลยุทธ์เน้นประสิทธิภาพ

และด้วยการคัดกรองเซกเมนต์ดูจะเป็นหัวใจสำคัญที่โบรกเกอร์ต่างให้ความสนใจ โดยเฉพาะคาดการณ์ผลประกอบการปี 2568 ที่แสนสิริมีแนวโน้มจะขยับขึ้นมาครองแชมป์กำไรสูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

ย้อนฟอร์มปี 68 : การบริหารสต็อก-รักษาสภาพคล่อง

ภาพรวมในปี 2568 แสนสิริแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการระบายสินค้า โดยสามารถปิดการขาย (Sold Out) โครงการไปได้ถึง 29 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 28,800 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขาย (Presales) รวมทั้งปีพุ่งไปที่ 51,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 36,700 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจในเชิงลึกคือ การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ (Stock) ที่ทำได้ค่อนข้างรัดกุม โดยปัจจุบันมีระดับสต็อกโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมขายอยู่ที่ 13,500 ล้านบาท หากเทียบกับความสามารถในการขายปัจจุบันจะใช้เวลาเพียง 4-5 เดือนในการระบายสต็อกทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงถึง 25,000 ล้านบาท จากการสนับสนุนของสถาบันการเงินและการออกหุ้นกู้ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

ยุทธศาสตร์ปี 69 ปรับพอร์ตรุกพรีเมียม

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 แสนสิริเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ 'Solid Launch Plan' โดยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทระบุว่าได้จัดเตรียมที่ดินไว้รองรับครบ 100% แล้ว

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนทางกลยุทธ์คือ การปรับพอร์ตโฟลิโอมาเน้น กลุ่ม Premium และ Medium สูงถึง 80% โดยวิเคราะห์ว่า เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและเป็นตลาดที่บริษัทมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) สูงสุด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนที่ 10% จากปีก่อน โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 48,000 ล้านบาท และยอดโอนที่ 39,000 ล้านบาท

วินัยทางการเงินและมุมมองนักลงทุน ในด้านโครงสร้างทางการเงิน แสนสิริพยายามลดระดับความเสี่ยงด้วยการปรับลด อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (Gearing Ratio) จาก 1.7 เท่า ลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.3 เท่า สะท้อนถึงการควบคุมภาระหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่มุมมองจากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินราคาเป้าหมายของ SIRI ไว้ที่ระดับ 2.00 บาท ซึ่งยังมีส่วนต่างราคา (Upside) อีกประมาณ 27%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลัง จะพบว่ากำไรสุทธิมีความผันผวนตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2566 มีกำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท ปี 2567 อยู่ที่ 5,253 ล้านบาท และคาดการณ์ปี 2568 ไว้ที่ 4,430 ล้านบาท

สรุปเป้าหมายปี 2569

  • เปิดตัวใหม่: 33 โครงการ มูลค่า 51,000 ล้านบาท
  • เป้ายอดขาย: 48,000 ล้านบาท
  • เป้ายอดโอน: 39,000 ล้านบาท
  • กลุ่มลูกค้าหลัก: Premium & Medium 80% ของพอร์ต
  • อัตราผลตอบแทนปันผล (Dividend Yield): คาดการณ์ในระดับสูงถึง 10%

การเคลื่อนไหวของแสนสิริในปี 2569 จึงเป็นการเน้นย้ำถึงการทำธุรกิจบนพื้นฐานของ 'เรียลดีมานด์' และการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน มากกว่าการขยายตัวในเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตาในสภาวะที่เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้