KEY
POINTS
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ (25-28 พ.ย. 68) เคลื่อนไหวในลักษณะแบบ Sideway Down
โดยมีปัจจัยสำคัญที่ยังสร้างความไม่ชัดเจน อาทิ ข้อมูลแรงงานล่าสุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในการประชุมเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ส่งผลให้คาดว่าดัชนี SET Index จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,220-1,280 จุด
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ โดยแบ่งเป็นปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย สำหรับปัจจัยบวกยังคงเป็นการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ
ซึ่งมีตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 53,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนสิงหาคมการจ้างงานลดลง 4,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์
และข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ที่ได้ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.3% ที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 39.1% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางการเงินโลก
ส่วนปัจจัยบวกในประเทศไทย ยังคงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หลังจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดฉากทัศน์ Thailand 2026 “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” โดยประเมินว่าแนวทาง Quick Big Win จะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ช่วยลดความเสี่ยงจากการชะลอตัว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ขณะที่ปัจจัยลบที่น่าจับตา ได้แก่ ตัวเลขอัตราการว่างงานเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.3%
แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นเกินคาด และการลดความสำคัญต่อความร่วมมือพหุภาคีหลังทำเนียบขาวประกาศว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าร่วมการหารืออย่างเป็นทางการใดๆ ในการประชุมสุดยอด กลุ่ม G20 ที่จะจัดขึ้นในแอฟริกาใต้
นอกจากนี้ IMF ประเมินว่า GDP โลกปี 2568 จะขยายตัวที่ 3.2% และปี 2569 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 3.1% ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 3.7% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช้ากว่าที่คาดการณ์
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับแนะนำกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ ทางฝ่ายแนะนำการลงทุนในหุ้น MSCI Rebalance ปรับน้ำหนักการลงทุน เพื่อสะท้อนโครงสร้างตลาดและสภาพคล่องของหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568
โดยหุ้นเข้า ได้แก่ M แนะนำซื้อเก็งกำไร ส่วนหุ้นออก ได้แก่ AAV, CKP, JTS, QH และ TPIPP แนะนำ ระวังแรงขายหุ้นที่ถูกปรับออก