thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยแกว่ง Sideways กรอบ 1,260-1,290 จุด แนะเพิ่มความระวังมากขึ้น

หุ้นไทยแกว่ง Sideways กรอบ 1,260-1,290 จุด แนะเพิ่มความระวังมากขึ้น

21 พ.ย. 68 | 03:09 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ย. 68 | 03:09 น.

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,260-1,290 จุด แม้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ สูงกว่าคาด แต่อัตราการว่างงานพุ่งขึ้นต่อเนื่อง มีผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ย ธ.ค. ผสานตลาดยังกังวลต่อธุรกิจ AI ดังนั้นอาจเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

KEY

POINTS

  • คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) จะเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 1,260-1,290 จุด
  • ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และความกังวลภาวะฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนระยะสั้น และเน้นหุ้นพื้นฐานดีที่มีแนวโน้มกำไรและปันผลสูง

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) วิเคราะห์หุ้นไทยวันนี้ (21 พ.ย.68) ว่า คาด SET Index แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,260-1,290 จุด

โดยวานนี้สหรัฐฯ มีการรายงานตัวเลขภาคแรงงานที่ค้างตั้งแต่ช่วงการปิดหน่วยงานรัฐฯ โดยเปิดเผยว่าอัตราการว่างงานเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2021 และสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.3% ในขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 119,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 51,000 ตำแหน่ง

ส่วนตัวเลขการจ้างงานเดือน ต.ค. ทางสำนักงานสถิติแจ้งว่าจะไม่เผยแพร่เนื่องจากการปิดหน่วยงานภาครัฐฯทำให้ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจภาคครัวเรือนได้ ดังนั้น การรายงานครั้งถัดไปจะเป็นการเปิดเผยตัวเลขจ้างงาน เดือน ต.ค. รวมกับ เดือน พ.ย. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธ.ค. หลังการประชุม FED วันที่ 10 ธ.ค. นี้

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดยังมีความไม่มั่นใจว่า FED จะลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ โดยข้อมูลล่าสุดจาก FED Watch Tool ให้โอกาสเพียง 35% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. เป็นแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

นอกจากนี้ตลาดยังคงมีความกังวลต่อภาพรวมธุรกิจ AI ว่าจะเข้าสู่ภาวะฟองสบู่หรือไม่ จึงยังทำให้มีการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม US Tech อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในระยะสั้นเพิ่มมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์ยังนั้น ทางฝ่ายแนะนำเน้นกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรดี, Valuation อยู่ในระดับที่น่าดึงดูด และมีอัตราปันผลสูง 

ปัจจัยที่ต้องจับตา

21 พ.ย.

  • PMI ภาคการผลิตและบริการ US & ยูโรโซน 
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US

24 พ.ย.

  • MSCI Rebalancing

หุ้นเด่นแนะนำ

KTB ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 30.00 บาท

  • คาดแนวโน้มผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะเผชิญกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง โดย KTB มีการกันสำรองหนี้เสียในระดับสูง และพอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงที่ต่ำ จึงคาดว่า Credit cost ที่ต่ำลงจะช่วยชดเชยกับ NIM ที่ลดลงได้
  • ปัจจุบันเทรดเพียง PBV 0.8 เท่า และคาดอัตราการจ่ายปันผล 6% ต่อปี