
พันธบัตร–หุ้นกู้ไทยผันผวนท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง ชี้ Investment Grade ยังเด่น
โบรกทิศทางการลงทุนตลาดตราสารหนี้ในช่วงที่เหลือของปี 68 นี้ ยามดอกเบี้ยขาลงหนุนตลาดพันธบัตร–หุ้นกู้คุณภาพสูงยังเป็นเป้าหมายลงทุน ขณะที่หุ้นกู้เสี่ยงสูงเจอต้นทุนการเงินกดดัน
KEY
POINTS
- ตลาดพันธบัตรและหุ้นกู้มีความผันผวนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงหลัง กนง. และธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ย
- ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาลง หุ้นกู้กลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือสูง (Investment Grade) ยังคงเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่องที่จำกัด
- หุ้นกู้กลุ่มความเสี่ยงสูง (High Yield) ยังเผชิญความท้าทาย เนื่องจากนักลงทุนมีความระมัดระวังและต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง
นายศุภณัฐ หวังชูชัยกุล ผู้บริหารสูงสุดสายวาณิชธนกิจและธุรกิจตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ภาพรวมตลาดพันธบัตรและหุ้นกู้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลมีความผันผวนเล็กน้อย จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ปัจจัยภายในประเทศ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จากระดับ 1.75% เหลือ 1.50% ต่อปี โดยให้เหตุผลว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านเครดิตในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กนง. ยังได้พิจารณาถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในระยะปานกลาง ตลอดจนข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงิน
ปัจจัยภายนอกประเทศ
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ 'นายเจอโรม พาวเวล' ได้แถลงที่เมืองแจ็กสัน โฮล โดยส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง โดยอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ
อีกทั้งตัวเลขประมาณการ GDP ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ สำหรับไตรมาสที่ 2/2568 ขยายตัว 3.3% สูงกว่าประมาณการครั้งแรกที่ระดับ 3.0% ซึ่งเป็นผลจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังแข็งแกร่ง ควบคู่กับการปรับตัวดีขึ้นของดุลการค้า
แนวโน้มตลาดหุ้นกู้ในช่วงที่เหลือของปี
ตลาดหุ้นกู้ในกลุ่มที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงในการต่ออายุหุ้นกู้ (rollover risk) ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับกลุ่มหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูง (High Yield) ภายใต้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง การลงทุนในหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ
โดยนักลงทุนในกลุ่ม High Yield ยังคงมีระดับความระมัดระวังในการลงทุน (risk aversion) สูง และต้องการผลตอบแทนที่ชดเชยความเสี่ยงในระดับมาก รวมถึงต้องการหลักประกันที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอรองรับอีกด้วย
ในสภาวะดอกเบี้ยขาลงโดยทั่วไป การลงทุนในหุ้นกู้ระยะกลางถึงระยะยาวที่มีอันดับความน่าเชื่อถือมั่นคง จะให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาตราสาร (capital gain) ได้เพิ่มขึ้น จากการปรับตัวลดลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
อย่างไรก็ดี ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความกดดันด้านความเสี่ยงทางเครดิตภายในประเทศ ผู้ออกหุ้นกู้ในกลุ่ม High Yield คาดว่าอาจจะยังคงเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูง จากความคาดหวังของนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง





