โบรกมองตลาดหุ้นไทยซบเซา คาดไตรมาส 3 ดัชนีมีลุ้นแตะระดับ 1,400 จุด

25 มิ.ย. 2567 | 09:26 น.

โบรกมองตลาดหุ้นไทยซึมตัว ชี้นักลงทุนเลือกเล่นหุ้นรายอุตสาหกรรมที่รับอานิสงส์การฟื้นตัวเศรษฐกิจ ชูกลุ่มท่องเที่ยว การแพทย์ การบริการ อาหาร ดาวเด่น คาดไตรมาส 3/67 ดัชนีมีลุ้นแตะระดับ 1,400 จุด

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน แม้ว่าทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะมีการออกมาตรการควบคุมและดูแลการลงทุนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียบ และสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนตัวมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงการกำกับและดูแลที่มีช่องโหว่ในช่วงที่่ผานมา

แต่อาจเป็นผลกระทบมาจากความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยมาตลอด 10 ที่ผ่านมา ซึ่งนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ปั่นทอนตลาดหุ้นไทยในทุกวันนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งนับตั้งแต่ประเทศไทยมีการพัฒนาพลังงานอ่าวไทย และการย้ายฐานผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศญี่ปุ่นเข้ามายังประเทศไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งในการนำพาเอากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย

แต่หลังจากนั้นมาก็ยังไม่มีการวางยุทธศาสตร์การลงทุนขนาดใหญ่ใหม่ๆ มาเพิ่มเติมอีกเลย ประเทศไทยจึงเหมือนคนกินบุญเก่า และมีการพึ่งพิงอุตสาหกรรมด้านการบริการและการท่องเที่ยวเป็นหลัก แม้ว่าทั้ง 2 อุตสาหกรรมดังกล่าวของไทยจะเป็นที่สนใจในสายตาของชาวต่างชาติ และมีศักยภาพที่พัฒนาไปได้อีกไกล แต่ด้วยทั้ง 2 อุตสาหกรรมดังกล่าวมีความผันผวนตามเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเราเก่ง หรือไม่เก่ง

ทั้งนี้ แม้ในสภาวะที่ตลาดหุ้นดูซบเซาและยังมองหาปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้นตลาดหุ้นไทยได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้เลย กลุ่มที่น่าสนใจก็ยังมีอยู่ เพียงแต่นักลงทุนอาจต้องกลับมาดูเป็นรายอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมไหนที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในปี 2567 นี้ เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การแพทย์และการบริการ และอุปโภคและบริโภค เป็นต้น เนื่องจากคาดว่าในปี 2567 เศรษฐกิจและโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจะมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันแม้ว่านับตั้งแต่ต้นปี 2567 กระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund flow) จะมีการขายสุทธิหุ้นไทยไปแล้วมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท แต่ก็ใช้ว่าจะทิ้งหุ้นไทยไปจนหมด หากมองรายละเอียดจะพบว่ายังมีหุ้นในหลายอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจและมีการเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมอยู่ เช่น หุ้นกลุ่ม ICT หุ้นกลุ่มการแพทย์และการบริการ หุ้นกลุ่มยานยนต์ และหุ้นกลุ่มคอมเมิร์ซ เป็นต้น

โดยทางฝ่ายมีมุมมองในเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ERW, หุ้นกลุ่มอาหาร TU TFG BTG หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL CPAXT หุ้นกลุ่มการแพทย์และการบริการ BDMS SPA เป็นต้น เนื่องจากจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2567 รวมถึงได้รับอานิสงส์การการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และเงินบาทที่อ่อนค่า

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3/2567 ทางฝ่ายคาดการณ์ว่ากรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่แนวรับ 1,250 จุด และหากว่ามีสัญญาณที่ดีทั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจ นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบของภาครัฐ อาจทำให้แนวต้านไปแตะที่ระดับ 1,400 จุด