thansettakij
thansettakij
หุ้นกู้อสังหาฯระส่ำ ไฮยีลด์บอนด์จ่อครบดีลอีก2.6 หมื่นล้าน

หุ้นกู้อสังหาฯระส่ำ ไฮยีลด์บอนด์จ่อครบดีลอีก2.6 หมื่นล้าน

13 มิ.ย. 67 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มิ.ย. 67 | 07:48 น.

หุ้นกู้อสังหาฯระส่ำ หลังอนันดาฯ เรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 5 รุ่น 11,318 ล้านบาท พบครึ่งปีหลังมีหุ้นกู้ไฮยิลด์บอนด์ครบชำระอีก 26,046.46 ล้านบาท ตลาดจับสัญญาณ หุ้นกู้เสี่ยงสูงขึ้นครึ่งปีหลัง นักลงทุนเน้นคุณภาพ แม้ผลตอบแทนต่ำกว่า

ตลาดหุ้นกู้ถูกพูดถึงอีกครั้งหลังบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) หรือ ANAN เรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 5 รุ่นวงเงินรวม 11,318 ล้านบาท ในวันที่  27 มิถุนายน 2567 โดย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA ประกาศขึ้นเครื่องหมาย Request Information(RI) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา แจ้งเตือนผู้ลงทุน และขอให้ ANAN ชี้แจงหรือรายงานข้อมูลต่อ ThaiBMA 

อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลหุ้นกู้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่จะครบกำหนดชำระหนี้ในช่วงครึ่งปีหลังพบว่า มีหุ้นกู้ไฮยีลด์บอนด์ คือ หุ้นกู้ดอกเบี้ยสูง เป็นหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ต่ำกว่า Investment Grade) หรือต่ำกว่า BBB จะครบกำหนดชำระรวม 26,046.46 ล้านบาท

หุ้นกู้อสังหาฯระส่ำ ไฮยีลด์บอนด์จ่อครบดีลอีก2.6 หมื่นล้าน

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าประเด็นหุ้นกู้มีการพูดถึงตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากมีผู้ประกอบการ 2-3 รายไปต่อไม่ไหว รวมไปถึง ANAN ที่เป็นประเด็นล่าสุด ที่มีการแจ้งปิดสมุดทะเบียนและปัญหา ส่วนบริษัทอื่นๆที่ได้ออกหุ้นกู้ใหม่ๆ มา รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่จะครบนัดชำระหลายรายไปจนถึงปลายปีนี้ 

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

 

"คงต้องรอลุ้นว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เพราะยอดขายอสังหาฯไม่ดีนัก แต่หากบริษัทมีเงินสะสมมากสามารถหมุนเงินจากส่วนอื่นหรือออกหุ้นกู้อื่นมาจ่าย ก็จะยังพอไปต่อได้"นายพรนริศกล่าว

ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในช่วง6 เดือนแรกของปี 2567 ว่า มองว่า ทั้งในส่วนของกำลังซื้อและยอดขาย (Presale) ยังดูทรงๆ ตัว ไม่ได้หวือหวา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทยเองต้องยอมรับว่ายังไม่ได้ฟื้นตัวเท่าที่ควรจะเป็น ประกอบกับในช่วงครึ่งแรกของปีมีวันหยุดเทศกาลหลายวัน ทั้งปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ทำให้ยอดขายทำได้ไม่เต็มที่นัก

ประกอบกับด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้สถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้ยอดขายที่ทำได้มีโอกาสเป็นยอดโอนลดน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งลูกค้าของ SPALI มากกว่า 15% มีความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะได้รับการอนุมัติ ซึ่งตามความจริงแล้วธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่บริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพกันได้เอง สามารถ trade-off ความเสี่ยงเองได้อยู่แล้ว จากการควบคุมที่เข้มข้นมากๆ ของ ธปท. ก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทำตัวลำบากตามไปด้วย 

ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมกำลังซื้อในช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีแนวโน้มที่จะกลับมามีการเติบโตที่ดีขึ้นได้กว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐทำได้ดีมากขึ้นหลังจากที่มีความล่าช้าไปในปีก่อน รวมถึงการเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ๆ ของภาครัฐ เชื่อว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เพิ่ม ทำให้มองว่าความเชื่อมั่นและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะดีขึ้นตามไปด้วย 

แหล่งข่าวจากตลาดเงินตลาดทุนให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นกู้ปีนี้ไม่น่าจะต่างจากช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา กล่าวคือ กลุ่ม Investment grade ยังขยายตัวได้ดีขณะที่กลุ่ม high yield หดตัว ซึ่งก็สอดคล้องกับภาพของสินเชื่อในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่สินเชื่อรายใหญ่ยังขยายตัวได้ ขณะที่สินเชื่อขนาดกลางลงมาหดตัวลง 

ทั้งนี้จากข้อมูลจาก ThaiBMAพบว่า ตัวเลขยอดคงค้างหุ้นกู้ทั้งหมด ณวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ทั้งสิ้น 4.3 ล้านล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นปี 2566 แต่ยอดคงค้างกลุ่ม high yield (ต่ำกว่า BBB- รวมทั้ง non-rated) มียอดคงค้างจำนวน 1.93 แสนล้านบาท ปรับลดจากสิ้นปี 2023 ทั้งสิ้น 2.55 แสนล้านบาท หรือลดลงถึง 24% โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

  • 1.กลุ่ม Investment grade ยังจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนบุคคลธรรมดา รวมทั้งข่าวเชิงลบในกลุ่ม high yield แม้ในปีนี้จะมีน้อยลงกว่าในปีที่ผ่านมา แต่นักลงทุนยังมีความระมัดระวัง รวมถึงความอ่อนแอของตลาดหุ้น น่าจะทำให้นักลงทุนหันไปหาหุ้นกู้มีคุณภาพ แม้จะให้ผลตอบแทนน้อยลงกว่ากลุ่ม high yield อยู่บ้าง
  •  2.กลุ่ม High yield หลังจากมีข่าวคราวเชิงลบต่อเนื่องหลายไตรมาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นธรรมาภิบาล ทำให้ยอดคงค้างลดลงชัดเจน แต่บริษัทที่ประกอบธุรกิจตามปกติ เห็นสัญญานลดการพึ่งพาหนี้สินในหลายบริษัท ซึ่งชี้ให้เห็นว่า บริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ ปรับแผนเงินทุน มีความระมัดระวังมากขึ้นในการขยายธุรกิจรวมไปถึงการก่อหนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญานที่ดีสำหรับผู้ถือหุ้นกู้ แสดงถึงธรรมาภิบาลที่ดีของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้

 ซึ่งแม้จะปรับแผนการทำธุรกิจแล้ว การออกหุ้นกู้ก็ยังยาก แต่จะมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มสถาบันการเงิน เพื่อขอสนับสนุนสินเชื่อต่อไปได้ คนในกลุ่ม high yield ที่ยังออกหุ้นกู้ได้ จะต้องมีชื่อเสียงดีจริงๆ อยู่ในธุรกิจยาวนานพอสมควร มีผลประกอบการทรงตัวต่อเนื่อง ไม่งั้นก็จะออกหุ้นกู้ได้ในปริมาณน้อยลง หรือทยอยหายไปจากตลาดหุ้นกู้เลย ซึ่งต้องไปหาแหล่งเงินทุนอื่นแทน

  •  3.ประเด็นคุณภาพ credit ถือว่า อ่อนแอลงทั้งระบบ โดยครึ่งแรกของปีนี้ มีการ downgrade มากขึ้นไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทขนาดใหญ่ เช่น CPF, BTS, STA, CKP, IRPC อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบุคคลธรรมดายังไม่ได้ตระหนกมาก เพราะแม้บริษัทขนาดใหญ่จะถูก downgrade แต่ก็เชื่อว่า ยังห่างไกลจาก default risk ขณะที่นักลงทุนสถาบันจะเลือกมากขึ้น หรือต้องการอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่ก็สูงขึ้นเช่นกัน
  •  4.การที่แบงก์ชาติส่งสัญญานไม่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ระดับอัตราผลตอบแทนทั้งตราสารหนี้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และเมื่อเทียบกับทางเลือกอย่างเงินฝากธนาคาร (ที่ก็ไม่ปรับลดลงเช่นกัน) ตราสารหนี้ก็ยังคงให้อัตราผลตอบแทนที่ดี ทดแทนเงินฝากได้ โดยนักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเลือก สภาพคล่องส่วนใหญ่อาจยอมเลือกกลุ่ม Investment grade บริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง แม้จะให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่ากลุ่ม High yield

ก่อนหน้านายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ชี้แจงว่า อนันดาฯ ได้เตรียมเงินชำระหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมเต็มจำนวน หรือ หุ้นกู้ ANAN247A มูลค่า 3,231.20 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 14 กรกฎาคม 2567 หลังจากชำระไปก่อนหน้านี้ วันที่ 15 มกราคม2567 มูลค่า 3,826 ล้านบาท หรือไตรมาสแรกที่ผ่านมา

 สำหรับหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่น มีมูลค่าคงค้างรวมกันประมาณ 11,318 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • หุ้นกู้ ANAN247A มูลค่า 3,231.20 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 14 ก.ค. 2567
  •  หุ้นกู้ ANAN251A มูลค่า 1,811.70 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 15 ม.ค. 2568
  •  หุ้นกู้ ANAN251B มูลค่า 1,176.60 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 15 ม.ค. 2568
  •  หุ้นกู้ ANAN256A มูลค่า 2,275.80 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 9 ก.ค. 2568
  •  หุ้นกู้ ANAN261A มูลค่า 2,823.40 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 15 ม.ค. 2569