
โบรกชี้ สัญญาณกนง.โอกาสลดดอกเบี้ยต่ำ
โบรกเกอร์ชี้ มติกนง. 5 ต่อ 2 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% สัญญาณไม่ดี เหตุเสียงไม่แตกจากครั้งก่อน โอกาสลดดอกเบี้ยยังต่ำ กูรูชี้ไม่ผิดที่คาดการณ์ ไปลึ่นต่อใช่วงที่เหลือของปี 67 มีโอกาสหั่นดอกเบี้ยลง 2-3 ครั้ง
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี โดย 2 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปีนั้น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเสียงไม่แตกเพิ่มจากที่ตลาดคาดหวังว่ารอบนี้อาจได้เห็น 4 ต่อ 3 เสียง ทำให้มองว่าโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงต่ำ
ซึ่งหากว่าเกิดพลิกผันปรับลดอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาก็อาจจะไป "ย้อนศร" กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่บอกว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหมาะสมต่อเศรษฐกิจแล้ว แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะเจอกันแรงบีบคั้นเยอะมาก แต่ทาง กนง. อาจไปให้ความสนใจที่ว่าหากมีการปรับลดดอกเบี้ยที่เร็วเกินไปอาจกระทบรุนแรงต่อเงินบาทให้อ่อนค่าลง มันจะกลายเป็นว่า ไทยจะเป็นประเทศแรกที่เริ่มก่อน ในตอนที่เงินเฟ้อยังติดลบ 6 เดือนติดต่อกัน ในขณะที่กลุ่มประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยังคงดอกเบี้ย และเงินเฟ้อเป็นบวก
ทั้งนี้ เงินเฟ้อประเทศไทยที่ติดลบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการหนุนพลังงาน แต่ก็ไม่ได้รุนแรงขึ้นขั้นทำให้เงินเฟ้อตัวเลขออกมาติดลบได้ ต้องยอมรับว่า ที่ติดลบหนักสาเหตุมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับที่สูง โดยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาในช่วงต้นปี 2567 หากว่าเอาไปเทียบกับฐานที่สูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน จะติดลบอยู่แล้ว แต่ช่วงครึ่งหลังปีก่อนฐานต่ำกว่า ขณะครึ่งหลังปีนี้มีแนวโน้มการฟื้นตัวกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวขยายตัวดีขึ้นก็จะเห็นว่าตัวเลขจะพลิกกลับด้านเป็นบวก
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โตก็ช้ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอย่าง เวียดนาม ยังต่างกันลิบลับ สะท้อนต่อการใช้นโยบายของภาครัฐที่ไม่ได้ผล ไม่ว่าจะตอนขึ้นดอกเบี้ยหรือลดดอกเบี้ยก็ช้ากว่าที่ควรจะเป็น
อย่างไรก็ดี มองว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และด้วยแนวโน้มของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2567 ทำให้คาดว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่คาดว่าในช่วงครึ่งหลังปีนี้ กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยให้สอดคล้องตาม
"ส่วนตัวมองว่าโอกาสที่ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยในปี 2567 อย่างน้อย 2 ครั้งเป็นพื้นฐาน และมีโอกาสที่จะปรับดอกเบี้ยในปีนี้ลดได้ถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกคาดหวังว่าจะได้เห็นในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 นี้ เป็นต้นไป"
ทั้งนี้ การคงดอกเบี้ยในระดับที่สูงต่อไปจะมีผลกดดันต่อสภาพคล่องแน่นอน เพราะจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่งถึง 5 ครั้งในปีก่อน มันหนักหนาเกินกว่าที่ตลาดหุ้นไทยจะรับไหว ประกอบกับมาตรการที่แสนเบาหวิวของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ Robot Trade ต่างประเทศครองตลาด ยิ่งในจังหวะที่ตลาดไม่ดีก็ Short Sell แหลกลาญ ผลกรรมก็ไปตกที่รายย่อยตายกันเรียบ การลงทุนก็เริ่มหดหายไปวอลุ่มเทรดจึงลดลง
ประกอบกับตั้งแต่ปลายปี 2566 มาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องลบๆ ของบริษัทจดทะเบียนออกมาสร้างความกังวลใจต่อการลงทุนให้กับรายย่อย ยิ่งไปฉุดให้วอลุ่มเทรดหดหายไป อย่างไรก็ตาม มองว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลายตัวดีขึ้นหลังจากที่ภาครัฐสามารถเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ได้
รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ซึ่งก็คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปีนี้เป็นต้นไป โดยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีโอกาสยืนเหนือ 1500 จุดได้ ส่วนระยะสั้น 1-2 เดือนอาจแกว่งในกรอบ 1370-1460 จุด
"กลับมาย้อนดูสาเหตุที่วอลุ่มเทรดเหือดหายไปจากตลาด ส่วนหนึ่งเพราะความไม่เท่าเทียมของรายย่อยและ Robot Trade แต่ที่สำคัญสุด คือความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทยที่ลดลง ปีที่ผ่านมารัฐไม่ได้ใช้งบ ปีนี้งบก็ล่าช้า มาตรการต่างๆ ที่ออกมาก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้เพียงระยะสั้นๆ การเติบโตภาคการบริโภคก็ไม่มี GDP โตต่ำกว่าคาด"
สวนทางกับตลาดประเทศอื่นๆ ที่เดินหน้าไปไหนต่อไหนแล้ว เรื่องพวกนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไทยกำลังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ มันถูกหมักหมมเรื่องแย่ๆ กันมานานเกินไป ดังนั้นการจะสะสางต้องใช้เวลากันไปอีกนาน







