
SABUY ไฟเขียว AS ซื้อหุ้นคืน 2.95% วงเงิน 120 ล้านบาท
SABUY ไม่ขัด AS ซื้อหุ้นคืน ในวงเงินไม่เกิน 120 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 15 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท หรือไม่เกิน 2.95% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด แม้เข้าข่ายกดดัน Anti-Takeover อวดเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่มีในมือยังแกร่ง
นางสาวดวงฤทัย ศรีวะรมย์ เลขานุการ บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท แอสเฟียร์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AS ครั้งที่ 2/2567 ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้น (Treasury Stock) เพื่อบริหารทางการเงินภายในวงเงินไม่เกิน 120,000,000 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 2.95% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และมีการกำหนด
ระยะเวลาซื้อหุ้นคืน ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 18 เมษายน 2567
SABUY หัก ตลท. ยื่น DSI สอบ Naked Short Sell สัปดาห์หน้า
ซึ่งรายละเอียดปรากฎตามรายงานสารสนเทศเกี่ยวกับการแจ้งโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ลงวันที่ 15 มกราคม 2567 นั้น SABUY ในฐานะผู้ประกาศต่อสาธารณชนว่าจะเข้าถือหลักทรัพย์ครอบงำกิจการ และอยู่ในระหว่างให้เงื่อนไขบังคับก่อนในเรื่องการได้รับวงเงินสินเชื่อที่เพียงพอจากสถาบันการเงิน เพื่อให้เป็นแหล่งเงินทุนในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ AS เป็นผลสำเร็จตามที่บริษัทได้แจ้งสารสนเทศไปเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566
ขอเรียนให้ทราบว่าบริษัทให้ความยินยอมการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้นคืนของ AS เนื่องจากบริษัทได้พิจารณาแล้วว่า แม้การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวของ AS จะเข้าข่ายมีผลกระทบต่อการทำคำสั่งซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ (Anti-Takeover) เนื่องจากเป็นการซื้อหุ้นคืนของกิจการ (Treasury Stock) หรือการก่อให้ หรือสนับสนุนให้บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม ซื้อหุ้นของกิจการตามที่ปรากฎในข้อ 3 (4) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 14/2554 เรื่องการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ แต่เนื่องจากการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้นคืนของกิจการของ AS มีความเหมาะสม สมเหตุสมผล และ
เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ AS และผู้ถือหุ้นทั้งหมดของทั้ง 2 บริษัท
อย่างไรก็ตาม นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานกรรมการ บริษัท แอสเฟียร์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AS เผยว่า ข้อมูลจากงบการเงินงบเฉพาะกิจการสอบทาน/ตรวจสอบงวดล่าสุด ของ AS ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 มีกำไรสะสมของบริษัท (ที่ยังไม่ได้จัดสรร) เท่ากับ 373 ล้านบาท หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืน เท่ากับ 230 ล้านบาท และเมื่ออธิบายความสามารถในการชำระหนี้ของ AS ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืน
นอกจากนี้ AS ยังมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 จำนวน 83.36 ล้านบาท มีสินทรัพย์ทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ซึ่งสามารถแปลงเป็นเงินสด จำนวน 249.8 ล้านบาท รวมถึงคาดว่าจะได้รับเงินปันผลจากบริษัทย่อยในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 105 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อประเมินจากกระแสเงินสดแล้ว จะเห็นได้ว่ายังคงมีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืน
เหตุผลในการซื้อหุ้นคืนนั้น เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) และเพิ่มอัตรากำไรต่อหุ้น (Earnings per Share) ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นในอนาคตสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท ส่วนผลกระทบภายหลังซื้อหุ้นคืนที่มีต่อผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ คือ ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่ AS จะซื้อคืน ไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล และจะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings per Share) สูงขึ้น
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ AS คือ หากบริษัทสามารถดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้ครบตามจำนวนวงเงินที่กำหนดไว้ จะทำให้มีสินทรัพย์สภาพคล่อง และมูลค่าทางบัญชี ของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็นจำนวนเท่ากับวงเงินดังกล่าว เมื่อสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืน





