thansettakij
thansettakij
MTC จ่อขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยสูงสุด 4.40% ต่อปี

MTC จ่อขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยสูงสุด 4.40% ต่อปี

13 ธ.ค. 66 | 09:54 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ธ.ค. 66 | 09:54 น.

MTC จ่อขายหุ้นกู้ 2 ชุด อัตราดอกเบี้ย 4.25-4.40% ต่อปี เรทติ้ง “BBB+” แนวโน้ม “คงที่” เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 21-22 และ 25 ธ.ค.นี้ มั่นใจได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เหตุให้ผลตอบแทนดี

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ของเมืองไทยเปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ ชุดใหม่ 2 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน (เฉพาะบุคคลธรรมดา โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อทั่วไปเท่านั้น) โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 21-22 และ 25 ธันวาคม 2566 เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อขยายกิจการของบริษัทฯ

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

สำหรับหุ้นกู้ 2 ชุดประกอบด้วย

  • หุ้นกู้ชุดที่ 1 มีอายุ 1 ปี 5 เดือน 15 วัน โดยครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.25% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะมีระยะเวลา 2 เดือน 15 วัน
  • หุ้นกู้ชุดที่ 2 มีอายุ 2 ปี 5 เดือน 14 วัน ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.40% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะมีระยะเวลา 2 เดือน 14 วัน

นายปริทัศน์กล่าวว่า หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดดังกล่าว มีมูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท โดยจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งหุ้นกู้ 2 ชุดของ MTC ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “BBB+” แนวโน้ม “คงที่” โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 

"บริษัทฯ มั่นใจว่าหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดใหม่ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเป็นอย่างดี เพราะนอกจากประเด็นการให้อัตราผลตอบแทนที่ดีแล้ว ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ที่บริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล และมีศักยภาพที่จะผลักดันการเติบโตได้อย่างมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง”

 นายปริทัศน์กล่าวว่า บริษัทฯได้ขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และให้ความสำคัญกับการดูแลและบริหารหนี้ พร้อมกับการให้บริการที่เป็นเลิศ สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยบริษัทฯได้ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโตสู่ระดับ 200,000 ล้านบาทในปี 2569

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ระดับ A ประจำปี 2566 จากการประเมินทางมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นระดับ AA ภายในปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2566 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับดีเลิศ (Excellent CG Scoring) หรือ 5 ดาว และเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน