
หุ้นกู้ 3 บริษัทดังเปิดขายรวม 8 ชุด ช่วง 13-16 พ.ย. 66 ดอกเบี้ยสูงสุด 4.90%
ตลาดหุ้นกู้ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง 3 บริษัทดัง "เซ็นทรัล รีเทลฯ - ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล- เจ เอ็ม ที" พร้อมใจเสนอขายรวม 8 ชุด เปิดจองซื้อช่วงวันที่ 13- 16 พ.ย. 2566 จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 4.90%
"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมหุ้นกู้ออกใหม่ เปิดขายในช่วงวันที่ 13 -16 พฤศจิกายน 2566 พบมี 3 บมจ.ใหญ่ พร้อมใจเสนอขายมูลค่ารวมกันประมาณ 10,850 ล้านบาท โดยจ่ายดอกเบี้ยสูงสุดที่ 4.9% ดังนี้
บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน ต่อลงทุนสถาบัน (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบัน) และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ วงเงินรวม 7,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็นดังนี้
- 1. ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 อัตราดอกเบี้ย 3.26% ต่อปี
- 2. ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2571 อัตราดอกเบี้ย 3.53% ต่อปี
- 3. ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2573 อัตราดอกเบี้ย 3.84% ต่อปี
เปิดให้จองซื้อในระหว่าง 13- 15 พฤศจิกายน 2566
โดยมี ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566
- องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ AA-
- หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ AA-
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังนี้
1. ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เป็นกลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในการออกและเสนอหุ้นกู้ครั้งนี้ซึ่งได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
2. เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
บมจ.ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน วงเงิน 2,350 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน
หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็นดังนี้
- 1. ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 2 เดือน 23 วัน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2568 อัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี
- 2. ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2568 อัตราดอกเบี้ย 4.35% ต่อปี
- 3. ชุดที่ 3 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 อัตราดอกเบี้ย 4.90% ต่อปี
เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2566 โดยมี เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้
- ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
- ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
- บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
- และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566
- องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+
- หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน วงเงิย 1,500 ล้านบาท และสำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และ ผู้ลงทุนสถาบัน โดยเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 14 - 16 พฤศจิกายน 2566
หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็นดังนี้
- 1. ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567 อัตราดอกเบี้ย 4.25 % ต่อปี
- 2. ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 อัตราดอกเบี้ย 4.90 % ต่อปี
โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
จัดอันดับความน่าเชื่อถือโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566
- องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+
- หุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+
โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังนี้
1. เพื่อนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหาร
2. เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
3. เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้หรือเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน






