
"หุ้นไทย" 7 เดือน ต่างชาติเทขาย 1.27 แสนล้าน เปิด 10 หุ้นถูกขายมากสุด
7 เดือนต่างชาติขายสุทธิ"หุ้นไทย"กว่า 1.27 แสนล้านบาท เปิด 10 หุ้น ยอดซื้อขายสุทธิ ใน NVDR ( 3 ม.ค.-3 ส.ค.66 ) สูงสุด "หุ้น CPALL" ยอดซื้อนำกว่า 1.13 หมื่นล้านบาท ส่วนหุ้น KBANK ถูกขาย 1.8 หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย การซื้อขาย"หุ้นไทย"ของนักลงทุนต่างชาติ ใน NVDR (เอ็นวีดีอาร์) จากการรวบรวม พบว่าในรอบ 7 เดือน ( 3 ม.ค. - 3 ส.ค.66 ) "10 หุ้นไทย "ที่มีมูลค่าซื้อขายสุทธิสูงสุด มีดังนี้
มูลค่าซื้อขายสุทธิปี 2566 ( 3 ม.ค.- 3 ส.ค.66 )
10 หุ้นที่มีมูลค่าขายสุทธิสูงสุด ได้แก่
- KBANK มูลค่าขายสุทธิ 18,190 ล้านบาท
- AOT มูลค่าขายสุทธิ 6,876 ล้านบาท
- KKP มูลค่าขายสุทธิ 4,009 ล้านบาท
- BANPU มูลค่าขายสุทธิ 3,994 ล้านบาท
- PTT มูลค่าขายสุทธิ 3,549 ล้านบาท
- PTTGC มูลค่าขายสุทธิ 2,744 ล้านบาท
- LH มูลค่าขายสุทธิ 2,681 ล้านบาท
- CPF มูลค่าขายสุทธิ 2,216 ล้านบาท
- PTTEP มูลค่าขายสุทธิ 2,152 ล้านบาท
- CRC มูลค่าขายสุทธิ 1,880 ล้านบาท
10 หุ้นที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุด ได้แก่
- CPALL มูลค่าซื้อสุทธิ 11,380 ล้านบาท
- BBL มูลค่าซื้อสุทธิ 6,032 ล้านบาท
- KTB มูลค่าซื้อสุทธิ 4,558 ล้านบาท
- TTB มูลค่าซื้อสุทธิ 4,272 ล้านบาท
- MAKRO มูลค่าซื้อสุทธิ 4,119 ล้านบาท
- SCC มูลค่าซื้อสุทธิ 3,917 ล้านบาท
- SCB มูลค่าซื้อสุทธิ 3,187 ล้านบาท
- TIDLOR มูลค่าซื้อสุทธิ 2,197ล้านบาท
- BDMS มูลค่าซื้อสุทธิ 1,996 ล้านบาท
- TASCO มูลค่าซื้อสุทธิ 1,711.1 ล้านบาท
ขณะที่ในรอบเดือนกรกฏาคม 2566 "10 หุ้นไทย " ที่มีมูลค่าซื้อขายสุทธิสูงสุด มีดังนี้
10 หุ้นที่มีมูลค่าขายสุทธิสูงสุด ได้แก่
- BDMS มูลค่าขายสุทธิ 2,132 ล้านบาท
- AOT มูลค่าขายสุทธิ 1,916 ล้านบาท
- GULF มูลค่าขายสุทธิ 1,201 ล้านบาท
- CRC มูลค่าขายสุทธิ 931 ล้านบาท
- BH มูลค่าขายสุทธิ 856 ล้านบาท
- KKP มูลค่าขายสุทธิ 817 ล้านบาท
- PTTGC มูลค่าขายสุทธิ 718 ล้านบาท
- LH มูลค่าขายสุทธิ 700 ล้านบาท
- IVL มูลค่าขายสุทธิ 629 ล้านบาท
- RATCH มูลค่าขายสุทธิ 447 ล้านบาท
10 หุ้นที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุด ได้แก่
- BBL มูลค่าซื้อสุทธิ 3,724 ล้านบาท
- KTB มูลค่าซื้อสุทธิ 2,069 ล้านบาท
- CPALL มูลค่าซื้อสุทธิ 1,578 ล้านบาท
- DELTA มูลค่าซื้อสุทธิ 1,433 ล้านบาท
- SCB มูลค่าซื้อสุทธิ 1,371 ล้านบาท
- PTTEP มูลค่าซื้อสุทธิ 1,253 ล้านบาท
- TTB มูลค่าซื้อสุทธิ 916 ล้านบาท
- TISCO มูลค่าซื้อสุทธิ 647 ล้านบาท
- ADVANC มูลค่าซื้อสุทธิ 633 ล้านบาท
- BCP มูลค่าซื้อสุทธิ 602 ล้านบาท
ทั้งนี้มูลค่าซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2566 สถานะขายสุทธิ 2,576.13 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าสะสมตั้งแต่วันที่ 1- 4 สิงหาคม 2566 มีสถานะขายสุทธิ 8,007.40 ล้านบาท ส่วนมูลค่าสะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 นับตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2566 มีสถานะขายสุทธิ 127,755.93 ล้านบาท
โบรกลดเป้าราคาหุ้น "KBANK" คงแนะนำ"ซื้อ
มุมมองนักวิเคราะห์ ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น KBANK บล.กรุงศรี ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 - 2568F ของ KBANK ลงปีละ - ( 1- 3 )% ต่อปีอยู่ที่ 3.93 / 4.10 และ 4.30 หมื่นล้านบาท จาก 1.ลูกหนี้ที่อยู่ในโครงการช่วยเหลือพอสิ้นสุดโครงการทยอยตกชั้นมากขึ้น 2.) มาตรการช่วยเหลือของทางธปท.เช่นการจ่ายขั้นต่าของบัตรเครดิตปี 2567F เพิ่มเป็น 8% จากปี 2568 ที่ 5% เป็นต้น ทำให้ความสามารถในการชาระคืนหนี้มีแนวโน้มลดลง 3) การทยอยตั้งสำรองส่วนเกิน (management overlay) เพิ่มจากQ1/68 ที่มีลูกค้ารายใหญ่ผิดนัดชาระและใช้สำรองส่วนเกิน(management overlay) ไปบางส่วนทำให้ค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) มีแนวโน้มมากกว่าที่เราคาด และปรับราคาเป้าหมายลงมาที่ 140 บาท (จากเดิม 160 บาท ) รวมถึงปรับคำแนะนำลงเป็น TRADING BUY
ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน KBANK รายงานกำไรสุทธิ Q2/66 จำนวน 10,994 ล้านบาท โต 1.9%YoY และ 2.4% QoQ ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาดปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่โตดี 5.2%QoQ หลังพอร์ตกลับมาขยายตัว และมี NIM สูงขึ้นส่วนค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานและการตั้งสารองยังขยับขึ้น
บล.หยวนต้า ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิตั้งแต่ปี 2566 ลงเฉลี่ยปีละ 5.6% เพื่อสะท้อน Credit Cost ที่ลดลงได้ช้ากว่าคาด มองช่วงสั้นอาจมีแรงขายจากความกังวลต่อแนวโน้ม"การตั้งสารองที่นานกว่าคาด " อย่างไรก็ดีมองว่าราคาหุ้นที่ Underperform กลุ่มในช่วงที่ผ่านมาได้ตอบสนองเชิงลบต่อประเด็นดังกล่าวไปมากพอสมควรแล้วขณะที่ปัจจุบันมี Valuation น่าสนใจซื้อขายด้วยPBV ปี 2566 ต่าเพียง 0.6x ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 29.5% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ปี2566 ที่ 167 บาท (จากราคาเป้าหมายเดิม 178 บาท ) และคงคำแนะนำ “ซื้อ"






