
ก.ล.ต. เชือด 14 ราย ปั่นหุ้น 5 บริษัท ปรับกว่า 27 ล้านบาท
ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่ง 14 ราย ปั่นหุ้น SCI, GSC, ASIAN, FLOYD, RP รวมค่าปรับกว่า 27 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามนั่งตำแหน่งกรรมการ และผู้บริหาร ในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า วันนี้(8ก.พ.) ก.ล.ต.ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 14 รายกรณีสร้างราคาหุ้นจำนวน 5 บริษัท โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 27,398,667 บาท กำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารกับผู้กระทำความผิดทั้ง 14 ราย
บุคคล 14 รายที่ก.ล.ต.ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่ง
- นายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม
- นางสาวพรทิพย์ เมธีเจริญวงศ์
- นางทัศนีย์ แย้มประดิษฐ
- นางสาวมุทิตา เอกะวิภาต
- นางสาวขณิษากาญจน์ โชคสหพิพัฒน์ (ชื่อเดิม นางสาววริศรา ชัยเจริญปัญญา)
- นายเมธาสิทธิ์ มั่นชาวนา
- นางสาวเมทินี สิทธิกรเมธากุล
- นางสาววริยา เข็มทองประดิษฐ์
- นายธนพล เข็มทองประดิษฐ์
- นางสาวอัจฉรา สุวิเดชโกศล
- นางสาวพจนา พิเศษโภค
- นายสิทธาปวีร์ ชวรางกูร
- นางสาวอชิรญา เกียรติทยากร(ชื่อเดิม นางสาวกัญปอร เกียรติทยากร)
- นางสาวเมวิกา ดีศรี
การดำเนินคดีทางแพ่งกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนมกราคม 2563 ผู้กระทำความผิด 14 ราย ได้ร่วมกันส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยมีรายละเอียดดังนี้
- กรณีการสร้างราคาหุ้นบริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) (SCI) ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ผู้กระทำความผิด รวม 11 ราย โดยมีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจาก 1.32 บาท เป็น 1.71 บาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 0.54 ล้านหุ้น เป็น 12.35 ล้านหุ้น
- กรณีการสร้างราคาหุ้นหุ้นบริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (GSC) ในวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ผู้กระทำความผิดรวม 10 ราย โดยมีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจาก 0.68 บาท เป็น 0.78 บาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 0.58 ล้านหุ้น เป็น 88.23 ล้านหุ้น
- กรณีหุ้นบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ASIAN) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ผู้กระทำความผิดรวม 10 ราย โดยมีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจาก 4.10 บาท เป็น 4.36 บาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 0.54 ล้านหุ้น เป็น 24.70 ล้านหุ้น
- กรณีหุ้นนบริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) (FLOYD) ในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ผู้กระทำความผิดรวม 8 ราย โดยมีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจาก 1.37 บาท เป็น 1.41 บาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 0.99 ล้านหุ้น เป็น 25.85 ล้านหุ้น
- กรณีหุ้นบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) (RP) ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2563 ผู้กระทำความผิดรวม 10 ราย โดยมีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจาก 1.41 บาท เป็น 1.48 บาท และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 0.13 ล้านหุ้น เป็น 4.43 ล้านหุ้น
ก.ล.ต.มีคำสั่งให้ผู้กระทำผิด 14 ราย ให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ดังนี้
- นายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม จำนวน 3,429,167 บาท
- นางสาวพรทิพย์ เมธีเจริญวงศ์ จำนวน 2,739,565 บาท
- นางทัศนีย์ แย้มประดิษฐ จำนวน 1,700,080 บาท
- นางสาวมุทิตา เอกะวิภาต จำนวน 1,778,755 บาท
- นางสาวขณิษากาญจน์ โชคสหพิพัฒน์ จำนวน 580,072 บาท
- นายเมธาสิทธิ์ มั่นชาวนา จำนวน 2,066,636 บาท
- นางสาวเมทินี สิทธิกรเมธากุล จำนวน 2,163,004 บาท
- นางสาววริยา เข็มทองประดิษฐ์ จำนวน 2,215,734 บาท
- นายธนพล เข็มทองประดิษฐ์ จำนวน 2,785,950 บาท
- นางสาวอัจฉรา สุวิเดชโกศล จำนวน 1,551,370 บาท
- นางสาวพจนา พิเศษโภค จำนวน 563,597 บาท
- นายสิทธาปวีร์ ชวรางกูร จำนวน 2,633,573 บาท
- นางสาวอชิรญา เกียรติทยากร จำนวน 2,683,524 บาท
- นางสาวเมวิกา ดีศรี จำนวน 507,640 บาท
รวมวงเงินค่าปรับ 27,398,667 บาท
ทั้งนี้การกระทำของบุคคลดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดฐานสร้างราคาหุ้น SCI GSC ASIAN FLOYD และ RP ตามมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 244/5(2)(3)(5) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
พร้อมกันนี้ทางคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 14 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง
โดยห้ามผู้กระทำความผิดจำนวน 11 ราย ได้แก่ นายขจรเกียรติ นางสาวพรทิพย์ นางทัศนีย์ นางสาวมุทิตา นายเมธาสิทธิ์ นางสาวเมทินี นางสาววริยา นายธนพล นางสาวอัจฉรา นายสิทธาปวีร์ และนางสาวอชิรญา ซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลารายละ 30 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลารายละ 60 เดือน
นอกจากนี้ยังห้ามผู้กระทำความผิดจำนวน 3 ราย ได้แก่ นางสาวขณิษากาญจน์ นางสาวพจนา และนางสาวเมวิกา ซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลารายละ 14 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลารายละ 28 เดือน
อย่างไรก็ตามการกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหลักทรัพย์ และระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้น จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ





