
ส่อง10 หุ้นไทย"ต่างชาติ"ซื้อสูงสุด DELTA รั้งแชมป์ ลุ้นเข้า SET50
เปิดโผ 10 อันดับหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติซื้อขายสูงสุด หุ้น DELTA ครองแชมป์ซื้อมากที่สุด ลุ้นเข้า SET50 -SET100 รอบใหม่ ส่วน KBANK ถูกขายมากที่สุด
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยตัวเลขการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 พ.ย.- 2 ธ.ค.65) มีมูลค่ารวม 304,963.90 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อวันที่ 60,992.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.60% จากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนีตลาดหุ้นไทย ( SET Index ) ปิดการซื้อขายปลายสัปดาห์ ( 2 ธ.ค.65 ) ที่ระดับ 1,641.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.28% จากระดับปิดของสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1,620.84 จุด
มูลค่าซื้อขายแยกตามนักลงทุนรายกลุ่ม ดังนี้
- นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 4,492.59 ล้านบาท ( มูลค่าสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน สถานะซื้อสุทธิ 186,146.43 ล้านบาท )
- นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ 1,073.49 ล้านบาท (มูลค่าสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน สถานะขายสุทธิ 155,035.42 ล้านบาท )
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 277.95 ล้านบาท ( มูลค่าสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน สถานะขายสุทธิ 1,343.40 ล้านบาท )
- นักลงทุนรายย่อยในประเทศ ขายสุทธิ 5,844.04 ล้านบาท (มูลค่าสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน สถานะขายสุทธิ 29,767.61 ล้านบาท )
ทั้งนี้การซื้อของบัญชี“เอ็นวีดีอาร์” (NVDR) ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนต่างประเทศในการซื้อหุ้นไทย ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 ธ.ค.65 พบว่า
10 อันดับหุ้นไทย ที่นักลงทุนต่างชาติซื้อมูลค่าสูงสุด ได้แก่
- DELTA มูลค่าซื้อสุทธิ 313.42 ล้านบาท
- CPALL มูลค่าซื้อสุทธิ 312.28ล้านบาท
- BDMS มูลค่าซื้อสุทธิ 125.65 ล้านบาท
- GULF มูลค่าซื้อสุทธิ 95.66 ล้านบาท
- MAKRO มูลค่าซื้อสุทธิ 93.66 ล้านบาท
- TLI มูลค่าซื้อสุทธิ 68.20 ล้านบาท
- JWD มูลค่าซื้อสุทธิ 65.57 ล้านบาท
- TIDLOR มูลค่าซื้อสุทธิ 59.82 ล้านบาท
- SPALI มูลค่าซื้อสุทธิ 49.03 ล้านบาท
- BAM มูลค่าซื้อสุทธิ 47.34 ล้านบาท
10 อันดับหุ้นไทย ที่นักลงทุนต่างชาติขายมูลค่าสูงสุด ได้แก่
- KBANK มูลค่าขายสุทธิ 414.68 ล้านบาท
- HANA มูลค่าขายสุทธิ 251.62 ล้านบาท
- THG มูลค่าขายสุทธิ 178.26 ล้านบาท
- PTTEP มูลค่าขายสุทธิ 162.08 ล้านบาท
- BBL มูลค่าขายสุทธิ 150.99 ล้านบาท
- SCC มูลค่าขายสุทธิ 150.94 ล้านบาท
- AOT มูลค่าขายสุทธิ 141.97 ล้านบาท
- PTTGC มูลค่าขายสุทธิ 132.86 ล้านบาท
- CPF มูลค่าขายสุทธิ 129.33 ล้านบาท
- KCE มูลค่าขายสุทธิ 98.46 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส ( ASPS) ออกบทวิเคราะห์ล่าสุด ( 2 ธ.ค.65 ) คาดการณ์หุ้นเข้าออก SET50 SET100 รอบครึ่งแรกปี 66
ฝ่ายวิจัย ฯได้ทำการคำนวณหาหุ้นเข้าออก SET50 SET100 รอบ 1H66 คาดตลาดฯ ประกาศสัปดาห์ที่ 3 เดือน ธ.ค. และมีผลบังคับใช้1 ม.ค. 66 ดังนี้
- หุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 คือ DELTA, RATCH, COM7 และอีก 1 บริษัทอาจะเป็น BJC มีโอกาส 75% หรือ CENTEL 25% ขึ้นอยู่กับการกำหนดกฏเกณฑ์เรื่องระยะเวลาของสภาพคล่องที่ใช้คำนวณ
- หุ้นออกจาก SET50 คือ SAWAD, KCE, IRPC และ BLA
- หุ้นที่คาดว่าเข้า SET100 คือ DELTA, BYD, AAV, NEX, BA และ TVO
- หุ้นออกจาก SET100 คือ TTA, SYNEX, SUPER, STEC, MAJOR และ BEC
ฝ่ายวิจัย ASPS ระบุอีกว่าจากสถิติในอดีต หุ้นที่ถูกคัดเข้ามักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และหุ้นที่ออกมักจะปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนก่อนมีผลบังคัยใช้ โดยหุ้นเข้า SET50 มักปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย+5.7% ออก -2.1% และหุ้นเข้า SET100 มักปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +1.3% ออกลบเล็กน้อย -0.9%
และจากรายชื่อดังกล่าว ฝ่ายวิจัยเห็นว่า มีหุ้นที่ฝ่ายแนะนำมาตลอด 3 บริษัท คือ COM7 (เข้า SET50), STEC BEC (ออก SET100) ซึ่งมีปัจจุบันมีสัดส่วนการถือครองจากกองทุนในประเทศที่ต่ำกว่าปกติ (Under-Owned) และได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
โดยหุ้นที่ถูกคัดเข้า SET50 อย่าง COM7 น่าจะมีแรงหนุนเพิ่มเติมทั้งจาก Active Fund และ Passive Fund ส่วน STEC, BEC น่าจะถูกกดดันต่ำ เนื่องจากกองทุนถือครองน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว และราคาที่อยู่ในระดับต่ำ Upside เปิดกว้าง พร้อมกับยังได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน
กลยุทธ์ : แนะนำเก็งกำไรที่มีโอกาสถูกเข้าคำนวณใน SET50 และ SET100 ในช่วงเดือน ธ.ค. 65 โดยชื่นชอบหุ้น COM7 มากสุด







