thansettakij
thansettakij
'ทิพยประกันภัย' ปั้น TIPSOL ดันลูกค้ารายบุคคลแตะ 50% ใน 3 ปี

'ทิพยประกันภัย' ปั้น TIPSOL ดันลูกค้ารายบุคคลแตะ 50% ใน 3 ปี

09 ก.ย. 69 | 07:43 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 07:44 น.

ทิพยประกันภัยเปิดตัว TIPSOL ปั้น Lifetime Customer ตั้งเป้าเบี้ย 500 ล้านบาทในปีแรก ดันลูกค้าบุคคลจาก 35% สู่ 50% ภายใน 3 ปี พร้อมตั้งเป้าเบี้ยปีนี้ 3.2–3.3 หมื่นล้านบาท โต 5% สูงกว่าอุตสาหกรรม 2 เท่า

KEY

POINTS

  • ทิพยประกันภัยเปิดตัวโครงการ "TIPSOL" เพื่อปรับกลยุทธ์รุกตลาดลูกค้ารายบุคคล และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
  • ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายบุคคลจาก 35% เป็น 50% ภายในระยะเวลา 3 ปี
  • คาดว่าโครงการ TIPSOL จะสร้างเบี้ยประกันภัยในปีแรกได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท และช่วยผลักดันเบี้ยรวมของบริษัทปีนี้ให้โต 5% แตะ 3.2-3.3 หมื่นล้านบาท

ทิพยประกันภัย เดินหน้าปรับกลยุทธ์รุกตลาดลูกค้ารายบุคคล เปิดตัว TIPSOL สร้างความสัมพันธ์สู่การเป็น “Lifetime Customer” ตั้งเป้าเบี้ยปีแรก 500 ล้านบาท พร้อมเพิ่มสัดส่วนลูกค้าบุคคลจาก 35% เป็น 50% ภายใน 3 ปี ดันเบี้ยรวมปีนี้แตะ 3.2–3.3 หมื่นล้านบาท โต 5% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่คาดโต 2.5–3%

ทิพยฯ เปิดเกมรุกลูกค้าบุคคล ดัน TIPSOL สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า ทิพยประกันภัยกำลังปรับกลยุทธ์จากการเน้นธุรกิจประกันภัยขนาดใหญ่ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารายบุคคลมากขึ้น ผ่านโครงการ TIPSOL เพื่อให้บริษัทเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า และพัฒนาไปสู่การเป็น “Lifetime Customer” 

นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน)

“ทิพยมีจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนาน ทั้งฐานเบี้ยประกัน ความแข็งแกร่งทางการเงิน และความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการ ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ แต่ในโลกการแข่งขันด้านประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเพียงผลิตภัณฑ์และบริการที่แข็งแกร่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป”

ดังนั้นโจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความสัมพันธ์กับลูกค้ จากเดิมที่เกิดขึ้นเมื่อต้องการทำประกันหรือใช้บริการไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและต่อเนื่องมากขึ้น ให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันและไว้วางใจแบรนด์ จนทิพยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความเสี่ยงในชีวิตขในแต่ละช่วงวัย และทำให้ลูกค้าอยากบอกต่อ จนเกิดการแนะนำหรือชักชวนคนรอบตัวให้เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท” 

TIPSOL ดึงลูกค้าใกล้ชิดแบรนด์มากขึ้น 

นายสมพรกล่าวว่า ในอดีตธุรกิจประกันภัยอาจมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหลักในช่วงการขายหรือการต่ออายุกรมธรรม์ แต่ TIPSOL จะเข้ามาเติมเต็มความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสิทธิประโยชน์และกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการดูแลลูกค้า 24 ชั่วโมง 7 วัน 

โครงการดังกล่าวครอบคลุม 7 แกนหลักที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ได้แก่ รถยนต์ บ้านและที่อยู่อาศัย การเดินทาง Wellness กิน-ช้อป-เที่ยว สัตว์เลี้ยง และมูเตลู โดยมุ่งให้ทิพยประกันภัยรู้จักลูกค้ามากขึ้น ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความชอบ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อนำไปต่อยอดการให้บริการและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

จักรวาลความสุข 7 ด้านของ TIPSOL

TIPSO ตั้งเป้าเบี้ยปีแรก 500 ล้าน

สำหรับเป้าหมายของ TIPSO ไม่ได้ตั้งเป้าด้านยอดขายเป็นหลัก แต่คาดว่า การสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าจะช่วยเพิ่มทั้งอัตราการต่ออายุกรมธรรม์และการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ จากอัตราการต่ออายุกรมธรรม์โดยรวมอยู่ที่ 85% จึงตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยจากโครงการ TIPSOL ช่วง 12 เดือนแรก ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

โดยลูกค้ารายย่อยที่มีกรมธรรม์รายปีต่อเนื่องกับทิพยประกันภัยสามารถเข้าร่วมโครงการได้และยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปสมัครสมาชิกได้เช่นกัน โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างกันตามประเภทสมาชิก

ส่วนระยะที่ 2 จะขยายไปยังกลุ่มลูกค้านิติบุคคลและธุรกิจขนาดใหญ่ โดยจะออกแบบรูปแบบการดูแลที่แตกต่างจากลูกค้ารายบุคคล และมุ่งยกระดับความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจตัดสินใจขององค์กร เช่น CEO 

ดันลูกค้ารายบุคคลจาก 35% สู่ 50% ใน 3 ปี 

นายสมพรกล่าวว่า การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขยายธุรกิจลูกค้าบุคคล จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 35% ของพอร์ตเบี้ยประกันภัยให้เพิ่มเป็น 50% ภายใน 3 ปี โดยปัจจุบันทิพยประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท คิดเป็นของลูกค้าบุคคลประมาณ 10,000 ล้านบาท

ในอนาคตหากเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นแตะ 40,000 ล้านบาท การมีสัดส่วนลูกค้าบุคคล 50% จะทำให้เบี้ยจากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาท 

ร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ นางสาวอรณัฐ วงษ์ทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้าสัมพันธ์  

หนึ่งในธุรกิจหลักที่จะเข้ามาสนับสนุนการขยายของลูกค้าบุคคลคือประกันภัยรถยนต์ โดยที่ผ่านมาทิพยประกันภัยจำกัดสัดส่วนรถยนต์ไม่เกิน 25% ของพอร์ตรวมแต่ภายใน 3 ปีจากนี้บริษัทจะปรับสัดส่วนรถยนต์เพิ่มเป็น 40% แต่จะยังรักษาจุดยืนเป็นผู้เล่นด้าน Non-Motor Insurance โดยต้องการให้สัดส่วน Non-Motor ยังคงมากกว่าธุรกิจรถยนต์

ตั้งเป้าเบี้ย 3.2–3.3 หมื่นล้าน โต 5% 

สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ ทิพยประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยไว้ที่ประมาณ 32,000–33,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ซึ่งคาดไว้ราว 2.5–3% ซึ่งช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดี และหากรวมโอกาสจากธุรกิจประกันภัยใหม่เข้ามา ก็มีโอกาสที่เบี้ยประกันภัยจะขยับขึ้นมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 

ท่องเที่ยว-ส่งออก-รถยนต์ หนุนประกันวินาศภัย 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วงที่เหลือของปี นายสมพรมองว่า ภาพรวมมีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน หลังธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รถโดยสาร และกิจการที่เกี่ยวเนื่องเริ่มกลับมาปรับปรุงและลงทุนมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความต้องการประกันภัยในภาคธุรกิจ 

ขณะเดียวกัน การส่งออกที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประกันภัยสินค้าทางทะเลขยายตัวตาม ส่วนธุรกิจประกันภัยรถยนต์แม้ไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในระยะต่อไป 

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,234 วันที่ 10 - 12 กันยายน พ.ศ. 2569