
โรคอุบัติใหม่ โจทย์ท้าทาย บริษัทประกัน
นักคณิตศาสตร์เผย บริษัทประกันภัยพ้นวิกฤตโควิด ยอดเคลมเสถียรแล้ว ชี้แนวโน้มปีหน้าอุตสาหกรรมสร้างความเชื่อมั่น ดันนักคณิตศาสตร์มีบทบาทมากขึ้น “โรคอุบัติใหม่” คือโจทย์ท้าทายอนาคต
กว่า 2 ปีของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จนทำให้ บริษัทประกันวินาศภัย 4 แห่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ผลจากยอดเคลมสินไหมทดแทนที่สูงถึง 1.6 แสนล้านบาทและยังมียอดคงค้างอีกเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ภายใต้การจัดสรรทรัพยากรโดยกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.)
นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่และ Chief Marketing Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน)ในฐานะนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บทเรียนจากโควิด-19 สะท้อนว่า บริษัทที่บริหารความเสี่ยงที่ดี มีการจัดการเงินกองทุนและเงินสำรองสอดคล้องกับความเสี่ยงจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งนักคณิตศาสตร์มีหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัยของไทย เพราะเมื่อบริษัทเจ้งก็จะกลับมาที่นักคณิตศาสตร์ ซึ่งหลายบริษัทประกันไม่ขายกรมธรรม์โควิดเลย จากกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ในแง่ความเสี่ยงจึงคาดการณ์ยาก
แม้โควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่เรารู้จักโควิดมากขึ้น มีสถิติที่ทำให้การประมาณการแม่นยำขึ้น ที่สำคัญผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญด้วย จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องฟื้นความเชื่อมั่นและสร้างความเข็มแข็ง มีธรรมาภิบาลที่ดีขึ้น เช่นบางผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนฝั่ง ประกันชีวิตหัวหน้านักคณิตศาสตร์ต้องเซ็นกำกับ ไม่ใช่เน้นเงินสำรอง ซึ่งเป็นปลายทางจริงๆควรตั้งต้นตั้งแต่การออกผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุมที่ดีก่อน จะช่วยปิดช่องว่าง เพราะอนาคตอาจจะมีโรคอุบัติใหม่เช่น ฝีดาษลิง ซึ่งอาจจะเป็นความท้าทายของทั้งอุตสาหกรรม
"บทบาทของนักคณิตศาสตร์ต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถิติต่างๆ เป็นสิ่งที่นักคณิตศาสตร์ต้องเพิ่มทักษะและบูรณาการมากขึ้น เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันแม้จำนวนนักคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น แต่ต้องมีการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพตัวแทนให้ได้รับระดับเฟลโล่หรือต้องสอบผ่านทางวิชาพื้นฐาน หากเทียบมาเลเซียกับสิงคโปร์ตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิระดับเฟลโล่มีมากกว่าไทย”นายนิติพงษ์กล่าว
มองไปข้างหน้า ยังมีความท้าทายหลายอย่างประกอบกัน ไม่ว่าโรคร้ายแรง หรือเศรษฐกิจที่ผันผวน เมื่อไม่แน่นอนการคาดการณ์อนาคตจะยาก เพราะนักคณิตศาสตร์ต้องคำนวณเบี้ยประกันเทียบความเสี่ยงหรือหนี้สินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คุ้มค่าหรือไม่ หรือสนับสนุนให้นักคณิตศาสตร์ได้รับคุณวุฒิเฟลโล่ ยกระดับนักคณิตศาสตร์และให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคชัวเรียล บิสซิเนสโซลูชั่น อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยกล่าวว่า แนวโน้มการเคลมโควิดลดลงแล้ว โดยแบบประกัน “เจอจ่ายจบ” ทยอยหมดความคุ้มครองลง จะเหลือประกันสุขภาพทั่วไปที่บริษัทประกันเริ่มเพิ่มเงื่อนไขการจ่ายเคลมเฉพาะเคสที่อาการหนักๆเท่านั้น
ส่วนยอดเคลมสินไหมแต่ละประเภท ก่อนและหลังโควิดพบว่า ค่าสินไหมกลุ่มรถยนต์ปรับลดลง แต่ประกันสุขภาพและโควิดเพิ่มชัดเจน ขณะที่ประกันวินาศภัยยังมีโจทย์ต้องบริหารความเสี่ยงและระวังเรื่องน้ำท่วมทุกปีอยู่แล้วรวมถึงสินไหมจากภัยพิบัติอื่นๆด้วย รวมถึงความเสี่ยงเรื่องโรคระบาดเพิ่มขึ้นมาในหมวดประกันสุขภาพที่บริษัทประกันต้องระวังมากขึ้นด้วย
สำหรับทิศทางธุรกิจประกันในระบบปลายปีนี้ ธุรกิจประกันชีวิตจะทยอยออกประกันสะสมทรัพย์และประกันลดหย่อนภาษีออกมา แนวโน้มค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าปีก่อน จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นที่เอื้อต่อบริษัทประกันชีวิตนำเงินไปลงทุนหรือบริหารจัดการ คาดว่ากลางปี 2566 ดอกเบี้ยคงจะปรับตัวสูงสุดและธุรกิจประกันชีวิตสามารถล็อคอัตราดอกเบี้ยอีกระยะ ภายใต้การจัดการความเสี่ยง
“ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เอื้อให้บริษัทประกันชีวิตสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากต้นทุนและผลตอบแทนได้ เป็นโอกาสของผู้ซื้อประกันชีวิต ผลกำไรจากมูลค่ากรมธรรม์จะสูงขึ้นหรือมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นผลบวกต่อนักลงทุน ปริมาณเบี้ยประกันจะมาจาก 2 ขาคือประกันสะสมทรัพย์และประกันสุขภาพ”นายพิเชฐกล่าว
ขณะที่ปัจจัยทางลบ ภาคเศรษฐกิจจริงปีหน้าในมุมมองนักคณิตศาสตร์ประกันภัยมองว่า คงจะไม่ดีนัก กลุ่มรากหญ้าหรือทุนประกันน้อย จะมีกำลังซื้อประกันน้อยลง(ยกเว้นระดับกลาง-สูงไม่กระทบ) ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นดีนัก แต่ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตยังมีเบี้ยรับเป็นบวก สวนทางกับกลุ่มธุรกิจอื่น แต่โอกาสทำกำไรนั้น ขึ้นกับประเภทแบบประกันเช่น แบบโรคร้ายแรงจำกัดการเคลม,อีกทั้งประกันแบบโรคร้ายแรงตอบโจทย์การประกันอย่างแท้จริง ซึ่งความสามารถในการทำกำไรของประกันชิวิตจะสะท้อนศักยภาพของบริษัทประกันมากกว่าเบี้ยประกันรับที่เข้ามา
ปัจจัยเสี่ยงปีหน้า บริษัทประกันชีวิตต้องแต่งตั้ง “นักคณิตศาสตร์ประกันภัยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของบริษัท(บอร์ด)ด้วย ซึ่งนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะมีบทบาทมากขึ้น โดยคาดว่าปี2566จะเริ่มมีผลในทางปฎิบัติโดยตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้เพื่อให้บริษัทประกันมีมาตรฐานสากลและน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะเป็นเงินลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้เรื่องประกันต่อ (Financial reinsurance(ไฟแนนซ์เชียล รีอินชัวรันส์) ซึ่งปีหน้าทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิตสามารถทำประกันต่อจะรับเบี้ยสะสมทรัพย์ของเบี้ยประกันชีวิตได้ และเป็นการเปิดก๊อกการันตีลูกค้า ซึ่งประกันชีวิตต่อสามารถจะรับเบี้ยประกันสะสมทรัพย์เข้ามาและเป็นช่องทางทำตลาดได้อีก โดยFinancial reinsuranceเป็นการปลดล็อคศักยภาพประกันชีวิตต่อ
ด้านฝั่งประกันวินาศภัย แม้จะพ้นจากวิกฤติโควิดแล้ว บริษัทที่คงเหลืออยู่มีแนวโน้มจะควบรวมกันมากขึ้นในอนาคต เพราะผู้เล่นในตลาดวินาศภัยมีจำนวนมากกว่า 50 บริษัท ทำให้มีการตัดราคาแข่งขันทำตลาด ส่งผลให้เบี้ยประกันค่อนข้างถูก แม้จะเป็นประโยชน์ผู้บริโภค แต่หากแข่งขันมากเกินไปจะนำไปสู่สถานะของบริษัทไม่แข็งแรง ทำให้บริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อยและกลางมีโอกาสควบรวมกันได้
สำหรับบทบาทนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในอนาคตจะมากขึ้นแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
- การมีส่วนร่วมในการออกแบบประกันหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมธรรม์
- เตรียมพร้อมสำหรับบทบาทเป็น “ต้นหน” ในอนาคต จากสมัยก่อนบทบาทเชิงรับแค่เซ็นกำกับ
- กฎหมายใหม่ เช่น ไฟแนนซ์เชียล รีอินชัวรันส์ซึ่งนักคณิตศาสตร์จะเป็นคนตัดสินและต้องศึกษาต้องคำนวณเรื่องนี้ในการตัดสินใจซื้อประกันต่อในอัตราเท่าไร และรวมเรื่องมาตรฐานบัญชี TFRS17 ด้วย
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,831 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565







