thansettakij
thansettakij
SCB WEALTH  กาง 4 กลยุทธ์ รับมือโลกยุคใหม่ แนะจัดพอร์ตรับตลาดผันผวน

SCB WEALTH กาง 4 กลยุทธ์ รับมือโลกยุคใหม่ แนะจัดพอร์ตรับตลาดผันผวน

25 ก.พ. 2569 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 09:35 น.

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ SCB WEALTH คว้า 6 รางวัลระดับโลก เผย 4 กลยุทธ์หลัก People-Product-Platform-Partner แนะจัดพอร์ต Core & Opportunistic ท่ามกลางตลาดผันผวน

ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่นำความไม่แน่นอนมาสู่โลกการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับนักลงทุน แต่ SCB WEALTH สามารถกวาดรางวัลระดับสากลถึง 6 รางวัล

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ SCB WEALTH ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางรากฐานทางกลยุทธ์ที่เข้มข้นภายใต้แนวคิด “Your Success is Our Success” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

นางสาวศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ High Net Worth and Affluent, SCB WEALTH เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รางวัลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับสากล ไม่ใช่เพียงในประเทศ แต่เทียบเคียง Global Standard โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ด้าน Advisory และการบริหารพอร์ตที่มุ่งผลลัพธ์จริง ซึ่งให้ความสำคัญกับความไว้วางใจและความสำเร็จระยะยาวของลูกค้า

ศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ High Net Worth and Affluent, SCB WEALTH

"SCB WEALTH มีผลิตภัณฑ์และบริการรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นลงทุน ลูกค้าที่มีพอร์ตขนาดใหญ่ ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง โดยมีบริการ Family Office ดูแลการวางแผนภาษี โครงสร้างทรัพย์สิน และการจัดการมรดก"

ลูกค้าที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะมี Wealth Relationship Manager (RM) ดูแลโดยเฉพาะ ส่วนลูกค้ากลุ่มอื่นสามารถเข้าถึงคำแนะนำผ่านทีมสาขาและแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้การให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ Mass Affluent ถึง Ultra High Net Worth

สำหรับกลยุทธ์ของ SCB WEALTH มี 4 ด้านหลัก ได้แก่

  1. People : ให้ความสำคัญกับทีม RM และทีม CIO ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ ออกคำแนะนำรายวัน จัดประชุมให้คำปรึกษาเชิงลึก และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงทีม Family Office ที่ดูแลด้านภาษีและการส่งต่อความมั่งคั่ง
  2. Product : จากอดีตที่เน้นกองทุนรวม ปัจจุบันขยายผลิตภัณฑ์หลากหลายมากขึ้น ทั้ง Structured Notes การลงทุนเชิงธีม และผลิตภัณฑ์ตามจังหวะตลาด โดยยึดแนวคิด Hyper Personalization เพื่อออกแบบพอร์ตให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย พร้อมทำให้ผลิตภัณฑ์ระดับโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยขนาดเงินลงทุนที่เล็กลง
  3. Platform และ AI พัฒนาแพลตฟอร์ม : SCB EASY และเครื่องมือ Wealth Planning สำหรับ RM รวมถึง AI-assisted Platform ที่ช่วยวิเคราะห์พอร์ตและสนับสนุนการให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล พร้อม AI Companion เสมือนผู้ช่วยของ RM ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลก่อนพบลูกค้าไปจนถึงติดตามสถานการณ์ตลาดแบบเรียลไทม์
  4. Strategic Partner : เสริมศักยภาพผ่านพันธมิตรระดับโลก ทั้งในธุรกิจ Private Banking และการบริหารสินทรัพย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการให้คำแนะนำสู่ระดับสากล

SCB WEALTH  กาง 4 กลยุทธ์ รับมือโลกยุคใหม่ แนะจัดพอร์ตรับตลาดผันผวน

นางสาวศลิษากล่าวถึงลูกค้ากลุ่ม High Net Worth ว่า ทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี สูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP โลกที่ระดับ 2-5% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่า การสะสมและขยายตัวของความมั่งคั่งยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่ในเอเชียรวมถึงไทยยังเติบโตประมาณ 5-6% ต่อปี จากการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ธุรกิจครอบครัว และการขยายการลงทุนข้ามพรมแดน

“แนวโน้มดังกล่าวทำให้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งในแง่การจัดพอร์ต กระจายความเสี่ยง และวางแผนส่งต่อทรัพย์สินในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนและการแข่งขันด้านการลงทุนที่เข้มข้น”

ทั้งนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจ SCB WEALTH ใช้แนวคิดแบ่งพอร์ตเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. Core Portfolio เพื่อรักษาเสถียรภาพและลดความผันผวน ใช้เป็นฐานระยะยาว
  2. Opportunistic Portfolio เพื่อคว้าโอกาสในจังหวะตลาด เช่น การลงทุนตามธีมเทคโนโลยี การกระจายตามภูมิภาค หรือการจัดจังหวะตลาดตามเหตุการณ์สำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกลงทุนอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความผันผวน โดยทีม Product ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างโอกาสในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนชัดเจนในสองด้านสำคัญคือ การกระจายความเสี่ยงและลงทุนต่างประเทศมากขึ้น จากเดิมที่เน้นในประเทศ แต่ปัจจุบันแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์เปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดโลกง่ายขึ้น โดยแนวทางสากลมักแนะนำสัดส่วนต่างประเทศราว 20-30% ของพอร์ต และในไทยเริ่มเห็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นระดับสองหลัก

ประการที่สอง คือ การวางแผนตามช่วงชีวิต ทั้งช่วงสะสมความมั่งคั่ง (Accumulation) และช่วงบริหารการถอนใช้หลังเกษียณ (Decumulation) ลูกค้าต้องการคำแนะนำที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายชีวิต กระแสเงินสด และความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น

เมื่อข้อมูลไหลเร็วและตลาดผันผวน ลูกค้ามีความไวต่อข่าวและติดต่อขอคำแนะนำมากขึ้น ธนาคารจึงต้องพัฒนาแพลตฟอร์มและ AI เพื่อให้ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำ การบริหารความมั่งคั่งพัฒนาเป็นการให้คำแนะนำแบบ Solution-based โดยตั้งต้นจากเป้าหมายลูกค้า มองภาพรวมทั้งพอร์ต การจัดการภาษี การวางแผนมรดก และการส่งต่อความมั่งคั่ง เพื่อสร้างผลลัพธ์ระยะยาวอย่างยั่งยืน

สำหรับทิศทางระยะถัดไป SCB WEALTH มุ่งเน้น 3 กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ฐานลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการบริการเฉพาะบุคคลมากขึ้น กลุ่ม Next Gen และผู้ประสบความสำเร็จรุ่นใหม่ รวมถึงกลุ่ม Ultra High Net Worth ที่ต้องการโซลูชันซับซ้อนระดับสากล

พร้อมเดินหน้าพัฒนา AI และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับ Advisory ให้ตอบโจทย์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยย้ำคำมั่น “Your Success is Our Success” ว่าจะเติบโตไปพร้อมลูกค้า และสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,178 วันที่ 26- 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569