thansettakij
thansettakij
ผู้บริหารแบงก์ใหญ่ทั่วโลกร่วมประชุมซัมมิตการลงทุนที่ฮ่องกงสัปดาห์หน้า 

ผู้บริหารแบงก์ใหญ่ทั่วโลกร่วมประชุมซัมมิตการลงทุนที่ฮ่องกงสัปดาห์หน้า 

03 พ.ย. 66 | 08:53 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 66 | 09:07 น.

ผู้บริหารธนาคารและบริษัทจัดการสินทรัพย์ทั่วโลกจะเข้าร่วมประชุม "Global Financial Leaders Investment Summit" ที่ฮ่องกงในสัปดาห์หน้า เริ่ม 6 พ.ย. โฟกัสแนวโน้มเศรษฐกิจจีนจะที่เป็นตัวแปรสำคัญ 

 

การประชุม Global Financial Leaders Investment Summit จัดขึ้นโดยธนาคารกลางฮ่องกง จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ (6 พ.ย.) เป็นช่วงเวลาที่บริบทอันเป็นฉากหลังคือความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และ ภาวะเศรษฐกิจจีน ที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริหารเหล่านี้ต้องทบทวนสถานะทางธุรกิจของตนเองในจีนและฮ่องกง

ผู้บริหารธนาคารที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ รวมถึง

  • นายเดวิด โซโลมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโกลด์แมน แซคส์
  • นายเจมส์ กอร์แมน ซีอีโอของมอร์แกน สแตนลีย์
  • นางเจน เฟรเซอร์ ซีอีโอของซิตี้กรุ๊ป
  • นายโนเอล ควินน์ ซีอีโอของเอชเอสบีซี
  • และนายบิล วินเทอร์ส ซีอีโอของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

ในการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัทแบล็กสโตน กรุ๊ป, คาร์ไลล์ กรุ๊ป, ซิทาเดล และบริษัทอื่น ๆ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดยจะมุ่งเน้นในหัวข้อ "การอยู่รอดท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อน (Living with complexity)"

ฮ่องกงกลับมาผงาดอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางการเงินของโลก

ทั้งนี้ การประชุม Global Financial Leaders Investment Summit มีขึ้นในขณะที่การจ้างงานในภาคธนาคารและธุรกิจบริหารสินทรัพย์ในฮ่องกง ลดลงหลายร้อยตำแหน่ง เนื่องจากการทำข้อตกลงทางธุรกิจในจีนชะลอตัวลง และจากการที่รัฐบาลออกกฎระเบียบที่เข้มงวดต่อตลาดนับตั้งแต่ที่มีการจัดประชุมเมื่อปีที่แล้ว (2565) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮ่องกงกลับมาผงาดอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางการเงินของโลก หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านั้น

"คำถามสำคัญที่อยู่ในใจของผู้บริหารทุกคนที่จะเข้าร่วมประชุมในฮ่องกงก็คือ เศรษฐกิจจีนจะเป็นไปในทิศทางใด และจะผันผวนหรือไม่" ไดอานา ปารูเชวา-โลเวรี หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะและการเงินของสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินของฮ่องกงกล่าว

ด้านคริส เบดเดอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยจีนของบริษัทกาเวคาล ดราโกโนมิกส์ในฮ่องกง กล่าวว่า "เมื่อพิจารณาในเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลง และมีความเสี่ยงที่ความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จะทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงได้อีกในอนาคต ซึ่งเรามองว่าสถานการณ์เช่นนี้ จะทำให้เม็ดเงินทุนของภาคเอกชนจีนหลั่งไหลเข้าสู่สิงคโปร์"