thansettakij
thansettakij
เศรษฐกิจสีเงิน แนวโน้มและโอกาส ในเศรษฐกิจผู้สูงวัย

เศรษฐกิจสีเงิน แนวโน้มและโอกาส ในเศรษฐกิจผู้สูงวัย

08 ก.ย. 66 | 08:36 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 66 | 08:36 น.

เศรษฐกิจสีเงินหรือเศรษฐกิจผู้สูงวัย เป็นกลุ่มที่น่าจับตาในแวดวงธุรกิจ จากการที่สัดส่วนผู้สูงอายุได้เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ ขณะที่ อัตราการเกิดในหลากหลายพื้นที่ได้ลดลง และอัตราการเสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น

  • เศรษฐกิจสีเงินในประเทศไทย

ข้อมูลจากกรมผู้สูงอายุชี้ว่า ไทยมีจํานวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในปี 2565 จำนวน 12.7 ล้านคน หรือ 19% ประกอบไปด้วยช่วงอายุ 60-69 กว่า 7 ล้านคน เมื่อพิจารณาถึงรายได้จากแหล่งที่มาของผู้สูงวัยทั้งหมด พบว่า 1 ใน 3 จะมาจากการทำงาน และอีก 1 ใน 3 มีรายได้มาจากบุตร และประมาณ 1 ใน 4 ของผู้สูงวัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบุตรในครัวเรือนนั้น ได้รับเพียง 1,000 ถึง 4,999 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่า poverty line ของธนาคารโลกที่ระบุไว้ประมาณ 27,000 บาทต่อปี

สำหรับผู้สูงวัยที่ยังทำงานอยู่ มีความนิยมทำเกษตรและประมง (60.5%) และพนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า (18.2%) มากที่สุด และหากจำแนกตามสถานภาพการทำงาน พบว่า 65% ของผู้สูงวัยที่ยังทำงาน ทำธุรกิจส่วนตัว 19% ช่วยธุรกิจในครัวเรือน 13% เป็นลูกจ้าง และ 3% เป็นนายจ้าง

แนวโน้มของผู้เกษียณอายุที่ยังทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. การขยายเวลาการทํางานเนื่องจากค่าครองชีพสูง เช่น 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เกษียณแล้วในสหราชอาณาจักรในช่วงโควิด-19 กลับมาทํางานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเงิน
  2. การขาดแรงงานของบริษัทต่างๆ เช่น ประชากรแรงงานที่ลดลงในเอเชีย ได้จูงใจให้องค์กรต่างๆ จ้างพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว
  3. รัฐบาลปรับเพิ่มเกณฑ์เกษียณอายุ เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กําลังวางแผนที่จะเพิ่มอายุเกษียณอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการจัดการเพื่อรับมือกับประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็วของประเทศ

มูลค่าตลาดและขนาดประชากรของกลุ่มเศรษฐกิจสูงวัยไทย ดีลอยท์แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยพิจารณาจากความมั่งคั่งสุทธิและการปรับตัวต่อเทคโนโลยี ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่มีงบจำกัด/มั่งคั่งและกลุ่มเท่าทันเทคโนโลยี/ล้าหลัง ซึ่งเราคาดการณ์ว่า กลุ่มที่มีความมั่งคั่งและเท่าทันต่อเทคโนโลยี จะมีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท จากจำนวน 6.7 แสนคนในปี 2566 ขณะที่กลุ่มที่มีงบจำกัดและล้าหลัง อาจมีมูลค่าเพียง 32.6 พันล้านบาท จากจำนวนกว่า 4.5 ล้านคน 

ทั้งนี้ อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้สูงวัยกำลังปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากรายงานของสสช.ที่ระบุว่าประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีการใช้อินเทอร์เน็ต 56.3% ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเพิ่มจากไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 53.6%

เมื่อเราทราบแล้วว่า เศรษฐกิจสูงวัยกำลังเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น องค์กรที่เติบโตทางดิจิทัลแล้วมีโอกาสที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น หรือสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกดิสรัปจากประชากรสูงวัยในสัดส่วนที่เปลี่ยนไป

  • แนวโน้มธุรกิจสำหรับผู้สูงวัย

นอกจาก 4 กลุ่มเศรษฐกิจสูงวัย เรายังมองธุรกิจสำหรับผู้สูงวัยเป็น 6 ธุรกิจหลัก ดังนี้

  1. สุขภาพ เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นการตั้งธุรกิจใหม่ทั้งหมด หรือขยายการบริการจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว
  2. อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัยที่ปรับรูปแบบการใช้งาน และเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย บ้านพักคนชรา ชุมชนผู้สูงอายุ
  3. สันทนาการและการพัฒนาตนเอง เช่น การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย การเรียนรู้ งานฝีมือ กิจกรรมอัพสกิลสําหรับผู้สูงวัย
  4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์ติดตามผู้สูงวัย อุปกรณ์การแพทย์สำหรับการช่วยเหลือผู้สูงวัย
  5. ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น การจัดทำเจตจํานงในการดํารงชีวิต
  6. ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) การประกันภัยสำหรับผู้สูงอายุ

 

• บทความโดย  ดร. นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร- Clients and Markets, ทัศดา แสงมานะเจริญ  Senior Consultant-Clients & Markets ดีลอยท์ ประเทศไทย

 

หน้า 13  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,920 วันที่ 7 - 9 กันยายน  พ.ศ. 2566