
เศรษฐกิจสีเงิน แนวโน้มและโอกาส ในเศรษฐกิจผู้สูงวัย
เศรษฐกิจสีเงินหรือเศรษฐกิจผู้สูงวัย เป็นกลุ่มที่น่าจับตาในแวดวงธุรกิจ จากการที่สัดส่วนผู้สูงอายุได้เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ ขณะที่ อัตราการเกิดในหลากหลายพื้นที่ได้ลดลง และอัตราการเสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น
- เศรษฐกิจสีเงินในประเทศไทย
ข้อมูลจากกรมผู้สูงอายุชี้ว่า ไทยมีจํานวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในปี 2565 จำนวน 12.7 ล้านคน หรือ 19% ประกอบไปด้วยช่วงอายุ 60-69 กว่า 7 ล้านคน เมื่อพิจารณาถึงรายได้จากแหล่งที่มาของผู้สูงวัยทั้งหมด พบว่า 1 ใน 3 จะมาจากการทำงาน และอีก 1 ใน 3 มีรายได้มาจากบุตร และประมาณ 1 ใน 4 ของผู้สูงวัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบุตรในครัวเรือนนั้น ได้รับเพียง 1,000 ถึง 4,999 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่า poverty line ของธนาคารโลกที่ระบุไว้ประมาณ 27,000 บาทต่อปี
สำหรับผู้สูงวัยที่ยังทำงานอยู่ มีความนิยมทำเกษตรและประมง (60.5%) และพนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า (18.2%) มากที่สุด และหากจำแนกตามสถานภาพการทำงาน พบว่า 65% ของผู้สูงวัยที่ยังทำงาน ทำธุรกิจส่วนตัว 19% ช่วยธุรกิจในครัวเรือน 13% เป็นลูกจ้าง และ 3% เป็นนายจ้าง
แนวโน้มของผู้เกษียณอายุที่ยังทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- การขยายเวลาการทํางานเนื่องจากค่าครองชีพสูง เช่น 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เกษียณแล้วในสหราชอาณาจักรในช่วงโควิด-19 กลับมาทํางานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเงิน
- การขาดแรงงานของบริษัทต่างๆ เช่น ประชากรแรงงานที่ลดลงในเอเชีย ได้จูงใจให้องค์กรต่างๆ จ้างพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว
- รัฐบาลปรับเพิ่มเกณฑ์เกษียณอายุ เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กําลังวางแผนที่จะเพิ่มอายุเกษียณอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการจัดการเพื่อรับมือกับประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็วของประเทศ
มูลค่าตลาดและขนาดประชากรของกลุ่มเศรษฐกิจสูงวัยไทย ดีลอยท์แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยพิจารณาจากความมั่งคั่งสุทธิและการปรับตัวต่อเทคโนโลยี ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่มีงบจำกัด/มั่งคั่งและกลุ่มเท่าทันเทคโนโลยี/ล้าหลัง ซึ่งเราคาดการณ์ว่า กลุ่มที่มีความมั่งคั่งและเท่าทันต่อเทคโนโลยี จะมีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท จากจำนวน 6.7 แสนคนในปี 2566 ขณะที่กลุ่มที่มีงบจำกัดและล้าหลัง อาจมีมูลค่าเพียง 32.6 พันล้านบาท จากจำนวนกว่า 4.5 ล้านคน
ทั้งนี้ อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้สูงวัยกำลังปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากรายงานของสสช.ที่ระบุว่าประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีการใช้อินเทอร์เน็ต 56.3% ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเพิ่มจากไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 53.6%
เมื่อเราทราบแล้วว่า เศรษฐกิจสูงวัยกำลังเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น องค์กรที่เติบโตทางดิจิทัลแล้วมีโอกาสที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น หรือสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกดิสรัปจากประชากรสูงวัยในสัดส่วนที่เปลี่ยนไป
- แนวโน้มธุรกิจสำหรับผู้สูงวัย
นอกจาก 4 กลุ่มเศรษฐกิจสูงวัย เรายังมองธุรกิจสำหรับผู้สูงวัยเป็น 6 ธุรกิจหลัก ดังนี้
- สุขภาพ เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นการตั้งธุรกิจใหม่ทั้งหมด หรือขยายการบริการจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว
- อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัยที่ปรับรูปแบบการใช้งาน และเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย บ้านพักคนชรา ชุมชนผู้สูงอายุ
- สันทนาการและการพัฒนาตนเอง เช่น การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย การเรียนรู้ งานฝีมือ กิจกรรมอัพสกิลสําหรับผู้สูงวัย
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์ติดตามผู้สูงวัย อุปกรณ์การแพทย์สำหรับการช่วยเหลือผู้สูงวัย
- ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น การจัดทำเจตจํานงในการดํารงชีวิต
- ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) การประกันภัยสำหรับผู้สูงอายุ
• บทความโดย ดร. นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร- Clients and Markets, ทัศดา แสงมานะเจริญ Senior Consultant-Clients & Markets ดีลอยท์ ประเทศไทย
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,920 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2566







