
เปิด10 หุ้นไทย ยอด NVDR ต่างชาติซื้อ-ขายสูงสุด
10 หุ้นไทย "ต่างชาติซื้อ-ขายสูงสุด" พบ CRC มียอดซื้อสุทธิสูงสุดกว่า 144 ล้านบาท ส่วน ADVANC ถูกขายมากสุด 176 ล้านบาท ขณะที่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติยังเทขายหุ้นไทยต่อเนื่องเฉียด 5 พันล้านบาท
ตลาดหุ้นไทย การซื้อขายรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 19 -23 มิ.ย.66 ) มีมูลค่า 202,369 ล้านบาท ลดลง 6.38% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายปลายสัปดาห์ (23 มิ.ย.66) ที่ระดับ 1,505.52 จุด ลดลง 3.45% จากระดับปิดของสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1,559.39 จุด
มูลค่าซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
- ต่างชาติขายสุทธิ 4,913.29 ล้านบาท ยอดซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 66 สถานะขายสุทธิ 108,353.71 ล้านบาท
- สถาบันขายสุทธิ 4,529.27 ล้านบาท ยอดซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 66 สถานะซื้อสุทธิ 36,113.63 ล้านบาท
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,868.67 ล้านบาท ยอดซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 66 สถานะขายสุทธิ 4,079.87 ล้านบาท
- รายย่อยซื้อสุทธิ 7,573.89 ล้านบาท ยอดซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 66 สถานะซื้อสุทธิ 76,319.95 ล้านบาท
ทั้งนี้การซื้อ-ขายหุ้น ผ่านบัญชี “เอ็นวีดีอาร์” (NVDR) ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2566 พบว่า
10 อันดับหุ้น ที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสูงสุด ได้แก่
- CRC มูลค่าซื้อสุทธิ 144 ล้านบาท
- BEC มูลค่าซื้อสุทธิ 130 ล้านบาท
- TRUE มูลค่าซื้อสุทธิ 124 ล้านบาท
- CPN มูลค่าซื้อสุทธิ 113 ล้านบาท
- CHG มูลค่าซื้อสุทธิ 95 ล้านบาท
- TTB มูลค่าซื้อสุทธิ 79 ล้านบาท
- STEC มูลค่าซื้อสุทธิ 69 ล้านบาท
- BBL มูลค่าซื้อสุทธิ 59 ล้านบาท
- HANA มูลค่าซื้อสุทธิ 55 ล้านบาท
- GULF มูลค่าซื้อสุทธิ 54 ล้านบาท
10 อันดับหุ้น ที่นักลงทุนต่างชาติขายสูงสุด ได้แก่
- ADVANC มูลค่าขายสุทธิ 176 ล้านบาท
- CPF มูลค่าขายสุทธิ 153 ล้านบาท
- SCB มูลค่าขายสุทธิ 148 ล้านบาท
- BDMS มูลค่าขายสุทธิ 147 ล้านบาท
- AOT มูลค่าขายสุทธิ 107 ล้านบาท
- PTT มูลค่าขายสุทธิ 100 ล้านบาท
- HMPRO มูลค่าขายสุทธิ 99 ล้านบาท
- TU มูลค่าขายสุทธิ 78 ล้านบาท
- LH มูลค่าขายสุทธิ 67 ล้านบาท
- CPALL มูลค่าขายสุทธิ 63 ล้านบาท
นายกวี ชูกิจเกษม Head of Research and Content บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหนักที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึง ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวหลังจาก ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ออกมาแถลงว่า อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยหนึ่งถึงสองครั้งภายในปีนี้
สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้เรายังคงระมัดระวังการลงทุน เพราะปัจจัยลบเรื่องปัญหาการเมืองในประเทศและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะยังไม่มีความชัดเจนจนกว่าจะถึงปลายเดือนก.ค. ดังนั้นการคาดหวังให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยยังคงเป็นไปได้ยาก แม้ว่าแรงขายอาจจะเริ่มลดลงบ้างก็ตาม





