“กรุงไทย”แกร่ง กำไร 9 เดือน 25,588 ล้านบาท เพิ่ม 54%

21 ตุลาคม 2565

“กรุงไทย” เผยผลประกอบการ เติบโตแกร่ง ไตรมาส 3/65 กำไรสุทธิ 8,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกัน ส่งผลกำไรงวด 9 เดือนปี 65 จำนวน 25,588 ล้านบาท เติบโต 54% จากรายได้รวมที่เติบโตดี

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 3/2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ขยายตัว 11.5% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จากการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้น 2 ครั้งในเดือนสิงหาคมและกันยายน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงไทย

ทั้งนี้ ธนาคารบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในองค์รวม โดยมี Cost to income ratio เท่ากับ 45.31% ลดลงจาก 46.21% ในไตรมาส 3/2564 แม้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ขยายตัว ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้า

“กรุงไทย”แกร่ง กำไร 9 เดือน 25,588 ล้านบาท เพิ่ม 54%

 

ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 5,667 ล้านบาท ลดลง 30.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งธนาคารพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

“กรุงไทย”แกร่ง กำไร 9 เดือน 25,588 ล้านบาท เพิ่ม 54%

ประกอบกับติดตามภาพรวมของเงินให้สินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม(NPLs Ratio) 3.32% ลดลงเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ที่เท่ากับ 3.50% และทั้งยังคงรักษาระดับของ Coverage ratio ในระดับสูงที่ 176.4% เทียบกับ 168.8% เมื่อสิ้นปี 2564 ภายใต้ทิศทางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับที่สูง

 

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาส2/2565) ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร เพิ่มขึ้น 1.1% สาเหตุหลักจากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ขยายตัว 7.2% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้จากการดำเนินงานอื่น

 

ทั้งนี้ ธนาคารบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในองค์รวม โดยมี Cost to income ratio เท่ากับ 45.31% ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ขยายตัวซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้า ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงระดับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ยึดหลักระมัดระวัง โดยในระดับเดียวกับไตรมาสที่ผ่านมา

“กรุงไทย”แกร่ง กำไร 9 เดือน 25,588 ล้านบาท เพิ่ม 54%

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 25,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ขยายตัว 5.7% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวจากการเติบโตของสินเชื่ออย่างสมดุลโดยมุ่งเน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย

 

ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินและการบริหารค่าใช้จ่ายในองค์รวมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Cost to Income ratio เท่ากับ 43.06% ลดลงจาก 44.28% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ลดลง 30.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยยังคงรักษา Coverage ratio ในระดับที่สูง