thansettakij
thansettakij
อาลีเพย์เปิดตัว 7 พันธมิตรธุรกิจในไทย ชำระเงินช็อปสินค้ารองรับทัวริสต์จีน

อาลีเพย์เปิดตัว 7 พันธมิตรธุรกิจในไทย ชำระเงินช็อปสินค้ารองรับทัวริสต์จีน

16 ก.ย. 59 | 13:15 น.
นายแพนดา เจีย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท อาลีเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล และแอนท์ ไฟแนนเชียล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบชำระเงินออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก และเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซจากประเทศจีน กล่าวในงานเปิดตัวพันธมิตรธุรกิจในประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ ว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน การผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้ง 7 รายในประเทศไทยครั้งนี้ จะช่วยให้ร้านค้ารวมทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ของไทยสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบของอาลีเพย์ (Alipay) และเข้าถึงผู้ใช้ระบบของอาลีเพย์ในประเทศจีนที่มีจำนวนถึง 450 ล้านคน

"เราแสวงหาพันธมิตรในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสนใจไปท่องเที่ยว เช่น ไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนราว 8 ล้านคนและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9-10 ล้านคนภายในปี 2559 นี้ จากการที่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 200 ล้านคนเดินทางไปทั่วโลก และในประเทศจีนเองก็มีผู้ใช้ระบบของอาลีเพย์ถึง 450 ล้านคน จะเห็นได้ว่านี่เป็นโอกาสที่จะสร้างรายได้และประโยชน์มหาศาลให้แก่ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ที่รับชำระสินค้าผ่านทางอาลีเพย์ในประเทศไทย" นายแพนดากล่าว และเผยว่าพันธมิตรทั้ง 7 รายของอาลีเพย์ในไทยนั้นได้แก่ แอสเซนด์ กรุ๊ป (ทรู มันนี่) เคาน์เตอร์เซอร์วิส จีเอชแอล ธนาคารกสิกรไทย บริษัทบัตรกรุงไทย เพย์สบาย (Paysbuy) และพระยาเปย์ (Prayapay)

ผู้บริหารของอาลีเพย์ต่อไปว่า ร้านค้าที่รับชำระสินค้าผ่านอาลีเพย์นอกประเทศจีนนั้น ในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 70,000 ร้านค้า ในจำนวนนี้มีอยู่ในประเทศไทยประมาณ 10,000 ร้านค้า ทั้งนี้ ภายใน 3 ปีนับจากนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะมี 1 ล้านร้านค้าทั่วโลกที่รับชำระเงินผ่านอาลีเพย์และทำการตลาดตามแนวทางของอาลีเพย์ "เราไม่ได้เป็นแค่แอพพลิชั่นสำหรับชำระค่าสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่เราเป็นซูเปอร์แอพพลิเคชั่นที่ทำอะไรๆได้มากกว่าการชำระเงิน นั่นหมายถึงการให้ความสะดวกสบายและบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์แก่ผู้ใช้แอพฯ ขณะเดียวกันร้านค้าที่ใช้ระบบของเราก็จะได้ช่องทางการทำตลาด การเข้าถึงลูกค้า การวิเคราะห์ยอดขาย และประโยชน์มหาศาลจากฐานข้อมูลระดับ Big Data ที่เรามีอยู่" นายแพนดายกตัวอย่าง ทันทีที่นักท่องเที่ยวจีนที่ใช้ระบบอาลีเพย์จ่ายค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินมาเที่ยวประเทศไทย บนหน้าจอโทรมือถือของพวกเขาก็จะปรากฏคูปองส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าที่ร้านคิงพาวเวอร์ซึ่งใช้ระบบอาลีเพย์ หรือเมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงร้านอาหารที่เชียงใหม่ที่ใช้ระบบอาลีเพย์ในการชำระเงิน เพียงพวกเขานำโทรศัพท์ไปสแกนคิวอาร์โค้ดที่เครื่องอ่านของร้านค้า บนหน้าจอก็จะปรากฏเมนูอาหารของทางร้านในภาษาจีนรวมทั้งได้รับข้อเสนอพิเศษหรือคูปองส่วนลดที่ทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เป็นต้น "จุดประสงค์ของเราคือการนำบริการชำระเงินที่สะดวกสบายมาเสนอต่อผู้บริโภค และให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่นักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกันเราก็ต้องการช่วยเหลือร้านค้าในการทำการตลาดและให้คำแนะนำเพื่อสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนให้มากขึ้น" นายแพนดากล่าว พร้อมทั้งระบุว่าบริษัทพร้อมนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าหรือ SMEs ของไทยในการบุกตลาดผู้บริโภคชาวจีนด้วย ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามที่นายแจ็ค หม่า ประธานและผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กรุ๊ป ได้เจรจาหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ที่เมืองหางโจว ประเทศจีนเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา

ด้านนายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป และบริษัท ทรู มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ อี-เปย์เม้นท์ ครบวงจร เปิดเผยว่าทรูมันนี่ได้ร่วมมือกับอาลีเพย์ ในการขยายบริการรับชำระสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ให้สะดวกสบายเหมือนจ่ายสินค้าอยู่ในประเทศตัวเอง ด้วยการเชื่อมต่อระบบกับกระเป๋าเงินของอาลีเพย์ ทำให้ร้านค้าทั่วประเทศสามารถรับชำระสินค้าออนไลน์จากอาลีเพย์ได้

ความร่วมมือระหว่างทรูมันนี่และอาลีเพย์จะช่วยเพิ่มศักยภาพการรับชำระเงินให้กับร้านค้าทั่วประเทศ รวมทั้งร้านค้า SMEs เป็นการเพิ่มโอกาสในการเสริมรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งสถิติจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจากเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2559 ระบุว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยอยู่ที่ 5.76 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 29.51% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาเยือนไทย ทั้งนี้ ด้วยโอกาสมหาศาลจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่สูงมาก ธุรกิจของไทยย่อมจะได้รับประโยชน์ตามไปด้วย และธุรกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดีนั้น จะต้องมีวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการให้บริการด้านอีเพย์เมนท์ ทั้งนี้ ข้อมูลจากไชน่าอินเทอร์เน็ตวอทช์ระบุว่า อีเพยเมนท์ในประเทศจีนมีมูลค่าสูงถึง 86.17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลไตรมาส 3 ของปี 2558) และในจำนวนผู้ให้บริการอีเพยเมนท์ในประเทศจีน อาลีเพย์คือผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุด ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่สูงถึง 69.9%

ด้านนางสาวสราญรัตน์ ศรีจิรารัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด เสริมว่า บริการของทรูมันนี่ ที่ร่วมกับอาลีเพย์ คือการต่อเชื่อมระบบการรับชำระเงินออนไลน์ของวอลเล็ตให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินในแอปพลิเคชั่นของอาลีเพย์ได้ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหรือผู้ที่มีแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถซื้อสินค้าได้โดยง่าย ทรูมันนี่จะเป็นผู้สรรหาร้านค้ามาเข้าร่วมเป็นตัวแทนรับชำระเงิน และจะได้เปิดฟีเจอร์การใช้งานแบบ "Self-Sign-Up" หรือการลงทะเบียนใช้งานได้ด้วยตนเอง สำหรับร้านค้าที่มีความสนใจสมัครเป็นตัวแทนรับชำระให้มีความคล่องตัวและง่ายต่อการลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยคาดว่าจะมีจำนวนร้านค้าให้ความสนใจสมัครถึงกว่า 2,000 ร้านภายในสิ้นปี 2559 นี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market