thansettakij
thansettakij
ไทยเครดิตกำไร Q3/69 นิวไฮ 1,239 ล้าน โต 22.2% สินเชื่อพุ่ง 13.8%

ไทยเครดิตกำไร Q3/69 นิวไฮ 1,239 ล้าน โต 22.2% สินเชื่อพุ่ง 13.8%

21 ต.ค. 69 | 11:26 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 11:26 น.

ไทยเครดิต 'CREDIT' เผย กำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุด 1,239 ล้านบาท โต 22.2% กำไร 9 เดือน 3,392.9 ล้านบาท สินเชื่อรวมโต 13.8% NPL ลดเหลือ 4% ตั้งเป้าสินเชื่อโตสองหลัก

KEY

POINTS

  • ธนาคารไทยเครดิตมีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,239 ล้านบาท เติบโต 22.2% จากปีก่อน
  • สินเชื่อรวมขยายตัว 13.8% แตะระดับ 2.02 แสนล้านบาท โดยมีสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีและสินเชื่อบุคคลเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
  • คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 4.0% พร้อมตั้งเป้าคุม NPL ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 4.5%

ธนาคารไทยเครดิตโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสที่ 1,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน ดันกำไร 9 เดือนแรกแตะ 3,392.9 ล้านบาท เติบโต 19.4% รับสินเชื่อรวมขยายตัว 13.8% แตะ 2.02 แสนล้านบาท ขณะที่ NPL ลดเหลือ 4% พร้อมตั้งเป้าสินเชื่อโตสองหลัก คุมหนี้เสียต่ำกว่า 4.5%

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3,392.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 1,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% ทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อเทียบกับกำไรรายไตรมาสที่ผ่านมา

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

สะท้อนการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อและความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงิน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ

สินเชื่อรวมแตะ 2.02 แสนล้านบาท Micro SME โตเด่น

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการมาจากยอดสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 202,102.8 ล้านบาท เติบโต 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (Micro SME) ขยายตัว 14.6% สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันเติบโต 10.7% และสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น 30.1%

การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่และการจัดตั้งศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

ด้านรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1,337.2 ล้านบาท หรือ 9.9% จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจหลัก รวมถึงรายได้เงินชดเชยจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ภายใต้มาตรการคุณสู้เราช่วยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังธนาคารชำระคืนเงินกู้ยืมจากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ในไตรมาส 2

NIM เริ่มฟื้นตัว หลังต้นทุนการเงินลดลง

แม้อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 7.3% จาก 7.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ NIM รายไตรมาสมีแนวโน้มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 1 โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและการปรับกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้เหมาะสมกับผลตอบแทนและความเสี่ยง

ผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ “SME กล้าช่วย” สำหรับผู้ประกอบการที่มีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน “SME กล้าสู้” ซึ่งใช้แนวทางกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า และ “Micro Max” ที่ขยายวงเงินสินเชื่อให้ครอบคลุมผู้ค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ

NPL ลดเหลือ 4% เพิ่มสำรองรับความเสี่ยง

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (Gross NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 4.0% จาก 4.2% ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 156.0% จาก 148.2% ในไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนการเตรียมสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

 

แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทาย ธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบและรักษาวินัยทางการเงิน โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในระดับสองหลัก ควบคู่กับการควบคุม NPL ให้อยู่ต่ำกว่า 4.5%

ธนาคารจะเดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงิน พร้อมปรับแนวทางพิจารณาสินเชื่อให้มีความยืดหยุ่น โดยประเมินกระแสเงินสดควบคู่กับหลักประกัน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

คว้ารางวัลระดับโลก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญตลาดเฉพาะกลุ่ม

ในไตรมาส 3 ปี 2569 ธนาคารไทยเครดิตยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 500 ธนาคารที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จาก Forbes พร้อมได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศจาก Fitch Ratings ที่ระดับ “A(tha)” สำหรับอันดับเครดิตระยะยาว และ “F1(tha)” สำหรับอันดับเครดิตระยะสั้น โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook)

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับรางวัล The Sauciest Brand for Better Planet จากเวที Techsauce Awards 2026 สะท้อนบทบาทด้านนวัตกรรมทางการเงินและการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ

ธนาคารพร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินของผู้ประกอบการ ผ่านการเติมเต็มช่องว่างทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยปรับตัว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น