
หุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ 3.55 จุด จับตาประชุม IMF-WB หนุนลงทุน ลุ้นงบบจ.
ตลาดหุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.55 จุด ที่ 1,574.10 จุด พายประเมินกรอบ 1,570-1,590 จุด ชี้ประชุม IMF-WB อาจหนุนหุ้นนิคมฯ-รับเหมา พร้อมจับตางบบจ. และชู WHA-MTC เด่น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดปรับตัวลดลง 3.55 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,574.10 จุด
- นักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้าง
- ปัจจัยสำคัญอีกประการคือการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (งบบจ.) ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางตลาด
ตลาดหุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.55 จุด ที่ 1,574.10 จุด พายประเมินกรอบ 1,570-1,590 จุด ชี้ประชุม IMF-WB อาจหนุนหุ้นนิคมฯ-รับเหมา พร้อมจับตางบบจ. และชู WHA-MTC เด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 5 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index ปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 12:51 น. ที่ระดับ 1,574.10 จุด ลดลง 3.55 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.23% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,581.13 - 1,567.06 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 30,371.68 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KBANK ราคา 231.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 2,504,48 ล้านบาท
- SCC ราคา 266.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.75% มูลค่าซื้อขาย 1,741,03 ล้านบาท
- KTB ราคา 41.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 1,588,01 ล้านบาท
- DELTA ราคา 266.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.75% มูลค่าซื้อขาย 1,514,87 ล้านบาท
- TOP ราคา 71.50 บาท ลดลง 3.75 บาท หรือ 4.98% มูลค่าซื้อขาย 1,460,96 ล้านบาท
IMF-World Bank เป็นบวกกับหุ้นนิคมฯ ธนาคาร โรงแรม
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด(มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (12 ต.ค. 2569) ว่า ประเทศไทยได้โอกาสจัดงานประชุมประจำปีระหว่าง IMF - World Bank มองเป็นบวกกับกลุ่มนิคมฯ ธนาคารฯ โรงแรม
ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับลงต่อเนื่องตลาดเริ่มมั่นใจตลาด Bond หลังเห็น Demand แข็งแกร่ง อาจกดดัน Yield ไทยลดลง (+Non Bank, โรงไฟฟ้า) และทองคำ
DJIA คืนวันศุกร์ปิด 423 จุด (+0.8%) รับแรงหนุนจากการเข้า ซื้อในหุ้นหลายๆ Sector ที่มิใช่แค่ TECH อีกส่วนอาจเป็นเรื่อง ของ Bond Yield สหรัฐฯที่ปรับลง
ด้านราคาน้ำมัน BRT ขึ้นมา ราว 0.4% ได้แรงหนุนจากพายุที่เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกตอนเหนือกดดันอุปทานหายไป ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นวันศุกร์ได้แก่ MSFT +2.4% GOOGL +0.97%AMZN +3.3%
ช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทยมีรายงานว่า ซาอุฯ ถูกโจมตีสนามบินทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและอาจกดดันน้ำมันดิบกับ Yield ขยับขึ้นอีกครั้ง เช่นนี้จะกดดันตลาดหุ้น
ขณะเดียวกันนักลงทุนก็อยู่ในช่วงรอดูท่าทีผลประกอบการ สัปดาห์นี้จะประกาศกันหลายตัวอย่างตัวที่ ตลาดให้น้ำหนัก ได้แก่ TSMC ในวันพฤหัสบดีก่อนตลาดเปิด และ ASML ก่อนตลาดเปิดวันพุธ แต่รายได้ นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน +41% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
สำหรับ TSMC เป็นปัจจัยยืนยันว่าเติบโตแต่อาจไปดูที่กำไรและ Margin คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม แต่ระหว่างสัปดาห์จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯและดัชนีผู้ผลิต หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุน เช้านี้ราคาน้ำมัน BRT -0.7%
ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงประชุม IMF – World Bank ช่วง 12 – 18 ต.ค. หัวข้อหลักๆ ที่เป็นประเด็นก็คือเรื่องเศรษฐกิจและการเงิน มองกลุ่มนิคมฯและรับเหมาก่อสร้างรับปัจจัยหนุนที่อาจเร่ง FDI จากต่างประเทศ
ลุ้นงบบจ.หนุนบรรยากาศ SET
ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ก็จะเริ่มทยอยรายงานผลประกอบการเช่นกันสัปดาห์นี้ หากดีกว่าคาดการณ์จะช่วยหนุนบรรยากาศ ประเมิน SET กรอบ 1,570 - 1,590 จุด ช่วงเช้า US Future +0.2% สะท้อนตลาดไม่ได้กังวลมากกับสงคราม
สำหรับเชิงกลยุทธ์การลงทุนนั้น แนะนำมองหาโอกาสในกลุ่ม Against Bond เช่น การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) อสังหาฯ (AP SPALI) ELEC (BGRIM GPSC GULF DELTA HANA KCE) กลุ่มที่กำลังเข้าสู่ High Season (AOT MINT CENTEL) นิคมฯ (AMATA WHA)
หุ้นแนะนำ
- WHA : ด้วยการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในช่วงในไตรมาส 4/2569 จะทำให้กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวดีสุดของปี และทำให้เรายังคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อนที่ 5,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 5.60 บาท)
- MTC : คาดกำไรสุทธิปี 2569-2570 เติบโตต่อเนื่อง 14%/13% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อที่ขยายตัว (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 39.00)







