thansettakij
thansettakij
SET เช้าพุ่ง 15 จุด สวนหุ้นสหรัฐฯ ร่วง หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม

SET เช้าพุ่ง 15 จุด สวนหุ้นสหรัฐฯ ร่วง หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม

17 ก.ย. 69 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 69 | 05:21 น.

หุ้นไทยเช้าบวก 15.61 จุด แตะ 1,578.34 จุด แม้เฟดขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม โบรกฯ ชูหุ้นแบงก์–ส่งออก พร้อมจับตาเงินทุนต่างชาติไหลออก

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้นกว่า 15 จุด สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงจากความกังวลหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
  • นักวิเคราะห์มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มส่งออกของไทย แต่ยังคงต้องจับตาการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ

หุ้นไทยเช้าบวก 15.61 จุด แตะ 1,578.34 จุด แม้เฟดขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม โบรกฯ ชูหุ้นแบงก์–ส่งออก พร้อมจับตาเงินทุนต่างชาติไหลออก

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 17 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:46 น. ที่ระดับ 1,578.34 จุด เพิ่มขึ้น 15.61 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.96% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,581.95-1,571.37 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 32,339.21 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.72% มูลค่าซื้อขาย 5,051.95 ล้านบาท
  • PTTEP ราคา 151.00 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.63% มูลค่าซื้อขาย 2,444.31 ล้านบาท
  • PTT ราคา 42.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.19% มูลค่าซื้อขาย 1,712.59 ล้านบาท
  • KTB ราคา 44.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.56% มูลค่าซื้อขาย 1,661.89 ล้านบาท
  • ADVANC ราคา 347.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.76% มูลค่าซื้อขาย 1,213.79 ล้านบาท

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (17 ก.ย. 69) ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามตลาดคาดหมายไว้ พร้อมกับ WARSH แถลงว่าเงินเฟ้อยังคงสูงเกินไปและเป็นภาวะที่ยืดเยื้อมานาน ทำนักลงทุนตกใจกับท่าที Hawkish

แต่อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า (2570) FED ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยทั้งปี ทำให้เช้านี้เอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้นได้ ยังมองดอกเบี้ยไม่ถึงน่ากังวลจนเกินไป ระยะสั้นเน้น Theme ได้ประโยชน์ Yield ปรับขึ้น (Bank, Export)

โดยดัชนี Dow Jones ร่วง 631 จุด S&P500 และ Nasdaq ปรับลดลงกดดันจากสัญญาณ Dot Plot ที่ชี้ว่า 16 ใน 18 กรรมการ FOMC คาดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ลง 3.2% หลังซาอุฯ ระบุท่อส่งน้ำมันจะกลับมาเปิดบางส่วนเร็วๆ นี้

FED ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดหมายไว้แต่มีการ ปรับ PCE เฉลี่ยขึ้นเป็น 3.7% จากเดิม 3.6% พร้อมกับดอกเบี้ย Terminal Rate ปีนี้ที่ 4.1% เท่ากับว่าปีนี้จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งส่วนปีหน้า FED ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยตลอดปี 2028 แต่สาเหตุที่ตลาดปรับลงแรงเป็นเพราะ Warsh ระบุถึงภาวะ CPI ที่ยังคงสูงเกินไปและยืดเยื้อมานาน

การแถลงเช่นนี้ทำให้ตลาดตีความว่า FED อาจกระทำทุกทางเพื่อกดเงินเฟ้อสะท้อน มุมมองเชิง Hawkish ความเห็นจาก CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนัก 50% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยระดับเดิมการประชุม ต.ค.  แต่จะปรับขึ้นเดือน ธ.ค. 0.25% หากเป็นไปตามที่ FED ประเมินก็ เชื่อว่าจะไม่ได้กดดันสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก

เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้น Nikkei +1% เกาหลี 0.5% แต่เงินบาทอ่อนค่ามา 33.38 บาทต่อดอลลาร์ การปรับขึ้นดอกเบี้ย FED ดี กับหุ้นธนาคาร, ส่งออก

จับตาฟันด์โฟลว์ไหลออก

วันนี้ประเมิน SET Index กรอบ 1,550-1,580 จุด กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Yield ปรับขึ้น อาทิ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มส่งออก (ITC TU) กลุ่ม Value Play (BDMS BCH BH)

ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ ภาครัฐประกาศ เลื่อนโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสออกไปแต่เชื่อว่ากระทบกลุ่มโรงแรมไม่มากเพราะเป็นช่วยปัจจัยฤดูกาล โดยรอติดตามท่าที ของกระแสเงินทุนต่างชาติที่เห็นการไหลออกวานนี้มากถึง 7.2 พันล้านบาททำให้สะสมนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ลดเหลือเพียง 4.9 หมื่นล้านบาท

หุ้นแนะนำ

  • KBANK : มองว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะทำการเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมายในปี 2569 เพราะภาวะการลงทุนที่แข็งแกร่ง (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 259 บาท)
  • TU : ครึ่งหลังปี 2569 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 15.4 บาท)